ปัญหาเรื่องนอนหลับของลูก

ระหว่างการนอนหลับของลูกนั้น มีเรื่องให้พ่อแม่ทำความเข้าใจอีกมาก รวมถึงปัญหาการนอนที่พบเจอ ทั้งเรื่องนอนยาก นอนละเมอ ฝันร้าย ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้พ่อแม่กังวลใจได้ เรามารู้จักและทำความเข้าใจกับ วงจรการนอนหลับ รวมถึงปัญหาการนอนหลับที่พบเจอของลูกกันดีกว่าค่ะ

kids_momypedia


พ.ญ.สุดา เย็นบำรุง กุมารแพทย์ โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ บอกว่าธรรมชาติของเด็กวัย 3-6 ขวบนี้ ในแต่ละวันควรจะได้พักผ่อนนอนหลับประมาณ 10-11 ชั่วโมงค่ะ นอนหลับยาวในตอนกลางคืนและนอนหลับบ้างในตอนกลางวัน เมื่อลูกไปโรงเรียนอนุบาลคุณครูจึงจัดให้น้องอนุบาล 1 นอนกลางวัน ซึ่งความต้องการนอนกลางวันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนเด็กบางคนไม่ต้องนอนกลางวัน

นอนหลับ...เรื่อง (ไม่) ลับในห้องนอน

ในช่วงเดือนแรกๆ ของชีวิต ทารกจะตื่นบ่อย ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อดูดนม และการนอนช่วงกลางคืนจะเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ จนประมาณ 4-6 เดือน ทารกจำนวนมากจะนอนได้ติดต่อกัน 6-8 ชั่วโมง หลังจากอายุ 6 เดือน ทารกอาจจะตื่นหลังจากนอนหลับเป็นระยะๆ ได้




การนอนหลับนั้นจะมีการหลับลึกหรือหลับตื้น สลับกันไปทั้งคืน ในช่วงที่หลังตื้น อาจจะมีการร้อง ขยับตัว คุณคุณหมอแนะนำว่าควรพยายามตอบสนองให้ช้าที่สุดและน้อยที่สุด เพื่อที่จะให้ลูกลงกลับไปสู่นิทราได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา


วงจรการนอนหลับ

วงจรในการหลับตื้น สลับหลับลึกของเด็ก (ประมาณ 50-60 นาที) จะสั้นกว่าผู้ใหญ่ค่ะ (90-100 นาที) ในเด็กจึงจะมีช่วงหลับตื้นบ่อยกว่าผู้ใหญ่ พ่แม่มักบ่นว่าลูกดิ้นจัง ห่มผ้าก็ถีบหมด

การตัดสินใจว่าจะให้ลูกนอนกับพ่อแม่หรือไม่ และแยกห้องนอนเมื่อไหร่ เป็นการตัดสินใจตามความพอใจของแต่ละครอบครัว ตามวัฒนธรรม และบ่อยครั้งก็ตามสถานที่ที่มีอยู่ แต่ถ้าให้ลูกนอนกับพ่อแม่คุณอาจต้องตื่นบ่อยตามลูก และให้ระมัดระวังการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งของพ่อแม่ด้วย

ในวัย 3-6 ขวบ เป็นช่วงที่ลูกพูดจารู้เรื่องมากขึ้น สนใจซักถาม ใช้ภาษา ในการแสดงออกได้มากขึ้น และช่วยตนเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์ยังค่อนข้างรุนแรง ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ผู้เลี้ยงดูต้องค่อยๆ หลอกล่อ สมองลูกมีจินตนาการมาก จนบ่อยครั้งอาจเกิดความกลัวต่างๆ อาทิ กลัวความมืด กลัวผี นอกจากนั้นยังเป็นช่วงที่ลูกต้องปรับตัวในการไปโรงเรียนอนุบาล เปลี่ยนจากชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกับผู้เลี้ยงดูไม่กี่คนมาเป็นโลกที่กว้างขวางขึ้น



ปัญหาที่อาจพบได้ในการนอนของวัยนี้ มองได้เป็นสองกลุ่ม

1. หลับแล้วตื่น (Night Waking) ซึ่งอาจทำให้พ่อแม่คนเลี้ยงหงุดหงิดได้ ว่าเมื่อไหร่ลูกจะนอนหลับรวดเดียวทีนะ นอนนั้นจะเป็นวงจรหลับตื้นสลับหลับลึก พยายามตอบสนองน้อยที่สุด ช้าที่สุด เพื่อช่วยให้ลูกหลับต่อไปสู่การหลับลึกได้ด้วยตนเอง

หลังจากหลับแล้ว บางคนอาจมีการฝันร้าย (Nightmares) ในช่วงหลับตื้นลูกอาจจะตื่นมาตกใจ จำความฝันได้ เราอาจจะปลอบโยนให้ลูกหลับต่อ ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเป็นบ่อยๆ ต้องดูว่ามีความเครียดอะไรไหม

ละเมอกลัว (Night Terrors) ละเมอเดิน (Sleep Walking) และละเมอพูด (Sleep Talking) เป็นการตื่นจากการนอนหลับลึก เกิดช่วงแรกๆ ของการหลับจะจำเหตุการณ์ไม่ได้ ปลุกไม่ค่อยตื่น อาจเริ่มได้ในอายุช่วงนี้ มักจะค่อยๆ หายไปเอง แต่พ่อแม่จะตกใจเพราะดูน่ากลัว ก็ต้องพูดให้พ่อแม่เข้าใจลักษณะของโรค ว่ามักจะค่อยๆ หายไป นอกจากเป็นบ่อยๆ ก็อาจจะต้องปรึกษาคุณหมอดูค่ะ



2. ไม่ยอมนอน (Bedtime Struggle) เนื่องจากเป็นวัยนี้ มีจินตนาการ คิดกลัวโน่นกลัวนี่ อาจจะสนุก อยากเล่น ไม่อยากนอน หรือยังเป็นช่วงที่อารมณ์รุนแรงตามวัย หนูจะไม่นอน มีอะไรไหมล่ะ! คนเลี้ยงต้องหลอกล่อดีๆ ทำให้บรรยากาศก่อนนอนดี มีขบวนการเข้านอน หรือ Bedtime Routine ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอทั้งในแง่กิจกรรมและเวลา

พอใกล้เวลานอนอาจอาบน้ำ ร้องเพลงและมีการเล่นที่อ่อนโยน อ่านหรือเล่านิทาน พูดคุย ซึ่งเป็นสิ่งดีมากที่จะช่วยเสริมเพิ่มพัฒนาการและความผูกพัน ขั้นตอนเข้าสู่นิทราก็ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ถ้ายังต้องดูดนม ก็ต้องค่อยๆ ปะเหลาะออก พอใกล้เวลานอน ลูกก็จะได้เข้าระบบสู่นิทราเป็นกิจวัตรไม่ต้องวุ่นวายมากนัก



สร้างสุขนิสัยที่ดีในการนอนให้ลูก

      • พยายามกำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่นให้เป็นเวลาที่สม่ำเสมอ
      • ก่อนนอนมีกิจวัตรก่อนนอนที่สงบ ง่ายที่สุด และสม่ำเสมอ
      • จัดห้องนอนให้ดูผ่อนคลายและสงบ หลีกเลี่ยงการมีทีวีหรือคอมพิวเตอร์ในห้องนอน
      • อย่าให้ลูกมีกิจกรรมก่อนนอนที่ตื่นเต้นเกินไป เช่น หลีกเลี่ยงการเล่นรุนแรง การเล่านิทานหรือดูหนังผี
      • ถ้าลูกตื่นหลังหลับไปแล้ว ตอนสนองน้อยที่สุดและช้าที่สุด พยายามให้ลูกนอนหลับต่อด้วยตนเอง
      • หลีกเลี่ยงการให้ลูกทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ในน้ำอัดลม กาแฟ ช็อกโกแลต
      • อย่าให้ลูกนอนกลางวันมากนัก โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ จะทำให้ไม่ง่วงเมื่อใกล้เวลานอนตามปกติ
      • ออกกำลัง วิ่งเล่นพอสมควรตอนกลางวัน

บทความแนะนำ

ส่งเสริมศักยภาพลูกน้อยยุคอัลฟ่าด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่ใช้ได้จริง
อยากท้อง อย่าเพิ่งรีบลุกขึ้นจากเตียงหลังมีเซ็กส์จริงหรือ ??
แค่ลูกสำลักอาหาร เสี่ยงต่อโรคสมองตายจริงเหรอ?
เตือนพ่อแม่! จุกแก้วน้ำที่ไม่เคยเปิดออกมาล้าง ภาพที่เห็นทำเอาผวา

Facebook Comment