รวมปัญหาเรื่องกินของเด็กวัย 1-3 ปี

รวบรวมปัญหาการกินยอดฮิตของเด็กวัย 1-3 ปี พร้อมทางแก้จาก "เป็นปัญหา" ให้กลายเป็น "ไร้ปัญหา"

toddler_Momypedia.com1.เด็กไม่กินผัก อาจมีต้นเหตุจาก..ไม่มีใครในบ้านกินผัก , ถูกบังคับให้กิน, ไม่ชอบกลิ่นผัก หรือกากใยผักที่เคี้ยวยาก


เทคนิคจูงใจกินผัก

*บางตำราให้เริ่มต้นด้วยการเลือกผักที่ไม่มีกลิ่นฉุนให้ลูกลองชิมดูก่อน แต่บางคุณแม่ที่มีประสบการณ์ก็บอกว่าให้เริ่มต้นด้วยผักกลิ่นฉุนก่อนเป็นดี เพราะตอนยังเล็ก ลูกยังไม่รู้จักเปรียบเทียบ ประมาณว่าให้อะไรก็พร้อมจะหม่ำ แบบนี้หัดให้กินผักขมๆจะง่ายกว่าหัดตอนโต เอาเป็นว่าอยากเลือกใช้เทคนิคไหนก็ตามสบาย แต่สำหรับเด็กเล็กควรปรุงให้ผักมีลักษณะเปื่อยนิ่มและกินง่าย

*มีรสชาติและมีบรรยากาศที่ดี สำหรับเด็กวัยพ้นขวบปีไปแล้ว เริ่มใช้ซอสปรุงรสช่วยให้มีรสชาติได้แล้ว ก็ควรปรุงรสให้กลมกล่อม สีสันหน้าตา จาน ชาม ช้อน จูงใจให้อยากกิน และที่ลืมไม่ได้คือ อย่าเครียดหรือฉุนเฉียว หากลูกกินไม่ได้ตามที่พ่อแม่ต้องการ

*พลิกแพลงเมนูผักให้หลากหลาย โดยเฉพาะผักที่ลูกปฏิเสธ อาจลองแปลงโฉมเป็นเมนูพิเศษ น่าจะช่วยทำให้ลูกหันมาสนใจได้อีกวิธีหนึ่ง

*ชวนลูกปลูกผักกินเอง โดยเลือกผักที่ปลูกง่าย เช่น ถั่วงอก ผักบุ้ง ต้นหอมฯลฯ เป็นเทคนิคจูงใจที่ช่วยทำให้ลูกรู้สึกอยากทดลองกินผักที่ตัวเองลงมือปลูกเอง

2.เด็กแพ้โปรตีน(เนื้อสัตว์)

เนื้อปลา เนื้อหมู หรือไข่ ให้โปรตีนที่จำเป็นแก่ร่างกายสูงมาก แต่ก็มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีอาการแพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เหล่านี้ เนื่องจากว่าร่างกายของเด็กแต่ละคนมีการปรับตัวของลำไส้ใหญ่ในการย่อยอาหารแต่ละชนิดแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับวัยและความพร้อมของเด็กแต่ละคน

อาการที่แสดงว่าเด็ก"แพ้" โปรตีนคือ มีผื่นแดงลักษณะคล้ายรวงผึ้ง บริเวณใบหน้า ตามข้อพัก หัวเข่า ข้อศอก, ริมฝีปากแห้ง กระหายน้ำ, คลื่นไส้ อาเจียน, หายใจหอบถี่

เทคนิคช่วยลดอาการ "แพ้"

*เด็กๆมักจะมีอาการ "แพ้" ในช่วงแรกของการลองกินอาหารใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องงดอาหารที่ลูกแพ้ไปก่อน และค่อยลองให้กินใหม่เมื่อลูกโตขึ้นอีกนิด

*หาอาหารชนิดอื่นที่มีคุณค่าใกล้เคียงให้ลูกทดแทน เช่นถ้าลูกแพ้ เนื้อหมู อาจให้กินเนื้อไก่แทนก่อน หรือถ้าลูกแพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ก็ควรดัดแปลงอาหารที่ทำจาก "ถั่ว" ต่างๆให้ลูกกินแทนเพราะมีโปรตีนที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์

*อาการ "แพ้" อาหารในเด็กส่วนหนึ่งเป็นผลจากพันธุกรรม เพราะฉะนั้นแม้จะงดให้ "เนื้อสัตว์" ในช่วงที่ลูกแพ้ แต่ไม่ควรงดเด็ดขาด ค่อยๆให้ลูกกินบ้างทีละเล็กละน้อยเพื่อให้ร่างกายและระบบย่อยของลูกค่อยๆปรับตัวยอมรับอาหารที่เคยแพ้

3.เบื่ออาหาร
อาการเบื่ออาหารของเด็กมักจะเป็นในช่วงพ้นขวบปีแรกไปแล้ว เพราะเป็นช่วงวัยที่เริ่มจะเรียนรู้เรื่องกินอาหารใกล้เเคียงผู้ใหญ่แล้ว และรู้จักที่จะเลือกหรือปฏิเสธอาหารที่ไม่สนใจ แต่อาการนี้ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีก เช่น เจ็บป่วย กินยาบางอย่างที่ทำให้ความอยากอาหารลดลง มีสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่า(อาหาร) กินจุบจิบก่อนมื้ออาหาร ไม่ได้ออกกำลัง หรือบรรยากาศในการกินไม่ดี ฯลฯ

จึงต้องพิจารณาดีๆว่า ลูกมีอาการเบื่ออาหารด้วยสาเหตุอันใด จะได้รีบแก้ไขให้ตรงจุด ถ้าลูกเ้บื่อ...

*จากการเจ็บป่วยก็ประคับประคองดูแลให้ลูกหายป่วย และเพื่อความชัวร์ อาจพยายามให้ลูกกินไข่ให้ได้วันละ 1 ฟองเพื่อการันตีว่าลูกได้สารอาหารที่สำคัญไปแล้ว

*ถ้าเกิดจากสาเหตุแวดล้อมอื่นๆ พ่อแม่ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิธีปฏิบัติระหว่างกันเสียใหม่ เช่น งดของกินจุบจิบหรือให้ลูกกินอาหารให้เป็นเวลามากขึ้น พยายามหาเวลาให้ลูกได้ออกกำลังกาย หรือชวนให้ออกมาวิ่งเล่นนอกบ้าน(ดูทีวีให้น้อยลงหน่อย)

*สร้างบรรยากาศเกี่ยวกับการกินให้น่าอภิรมย์มากขึ้น เช่น ชวนลูกมามีส่วนร่วมในการทำอาหาร ปรับเปลี่ยนเมนูและตกแต่งหน้าตาให้น่าสนใจใคร่ชิมอยู่บ่อยๆ หาแรงจูงใจในเรื่องที่ลูกกำลังสนใจมาเชื่อมโยงกับเมนู เช่น เล่านิทานเกี่ยวกับสัตว์หรือตัวการ์ตูนที่ลูกชอบระหว่างมื้ออาหาร

4.ฟันขึ้น กินได้น้อยลง

ส่วนใหญ่แล้วฟันซี่แรกของเด็กจะเริ่มขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6-7 เดือน ช่วงนี้จะเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ลูกร้องงอแงมากกว่าปกติ มีน้ำลายไหลยืด ชอบคว้าของเข้าปากกัดเล่น หงุดหงิดอยู่ไม่สุข นอนหลับยาก รู้สึกเจ็บระบมและระคายเคืองบริเวณเหงือก อาการเหล่านี้จะจะเกิดขึ้นในช่วงที่ฟันกำลังจะขึ้น และจะค่อยๆทุเลาลง ซึ่งในช่วงนี้อาจมีผลทำให้ลูกกินอาหารได้น้อยลงด้วย

ดูแลดีๆช่วง "ฟันขึ้น"

*ถ้าลูกหงุดหงิด ร้องให้งอแงโดยไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ช่วงนี้ควรให้ความเอาใจใส่ลูกเป็นพิเศษ อาจลองใช้ปลายนิ้วสะอาดคลำดูเหงือกลูก ถ้าฟันกำลังขึ้นเหงือกจะบวมแข็งๆให้สัมผัสได้ และเหงือกบริเวณที่ฟันจะงอกอาจมีอาการบวมแดง

*หาของเล่นที่มีลักษณะแข็งแต่ยืดหยุ่น ให้ลูกกัดเล่น

*หาผลไม้หรือผักที่มีลักษณะแข็งแต่ยืดหยุ่นได้ เช่น แตงกวา แครอต ฝรั่ง ฯลฯ หรือของเล่นที่มีลักษณะแข็งแต่ยืดหยุ่นให้ลูกกัดเล่นแต่ควรนำไปแช่เย็น(ไม่ควรแช่ในช่องฟรีส)ก่อน แล้วจึงนำมาให้ลูกกัด จะช่วยลดความระคายเคืองที่เหงือกได้

*ไม่ควรให้ลูกกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด

*ถ้าเหงือกของลูกแดงมาก ให้ใช้ปลายนิ้วสะอาดถูเบาๆเป็นการนวดเหงือก

*ถ้าลูกเบื่ออาหารอาจหาอาหารลักษณะนิ่มๆ เหลวๆ เย็นๆให้ลูกกินแทน เช่น ไอศกรีม ขนมหวานใส่น้ำแข็งใส เป็นต้น

Facebook Comment