เด็กเอาแต่ใจ ผู้ใหญ่ช่วยได้

คนเราต้องเรียนรู้การหาสมดุล ระหว่างการเอาใจตัวเองกับการเอาใจคนอื่น การเป็นคนเอาแต่ใจคนอื่นก็คงไม่ดีกับตัวเอง ส่วนการเอาแต่ใจตัวเองก็คงไม่ดีกับคนอื่น การสอนเด็กในเรื่องนี้จึงไม่ยาก แต่ไม่ง่ายครับ

toddler_Momypedia.comเข้าใจพัฒนาการเอาแต่ใจ
เด็กเริ่มรู้จัก “ใจ” ตัวเอง ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบครับ พอเดินได้ก็เริ่มรู้แล้วว่า “ฉันไปที่ไหนก็ได้” แต่ในความเป็นจริง “มีที่หนูห้ามไปอีกตั้งเยอะ” ตอนนี้แหละครับ จะเป็นวัยที่พ่อแม่กับเด็กต้องสู้กัน ฝรั่งเรียก Terrible Two คือช่วงสองขวบ เด็กจะดื้อสุดๆ ไม่ได้ตามที่ต้องการเป็นมีเรื่อง พ่อแม่ต้องตั้งสติให้ดี อย่ารุนแรง แต่เรื่องไหนไม่ได้ก็ต้องไม่ยอมนะครับ

บ้านที่พลาดมีสองแบบ คือ ไม่ยอมไปเสียทุกเรื่อง จนเกิดสงครามย่อยๆ ไม่เว้นแต่ละวัน กับอีกแบบคือ ยอมเด็กไปทุกเรื่องจนได้ใจ ทุกบ้านต้องหาความพอดี พอดีที่จะทำให้เด็กเป็นสุข ได้เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองสนใจ และเรียนรู้เพิ่มว่าสิ่งใดหรือเรื่องใดเป็นสิ่งต้องห้าม

ข้อแนะนำสำหรับเรื่องนี้คือ ให้จัดเรื่องราวต่าง ๆ ออกเป็น 3 กลุ่มครับ

ห้ามแน่ๆ ได้แก่ เรื่องที่ก่อให้เกิดอันตรายทุกเรื่อง กลุ่มนี้คงไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับ น่าจะนึกได้ว่าห้ามแน่ๆ คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มแล้ว

ให้ทำได้แต่ต้องมีผู้ใหญ่กำกับ และต้องขออนุญาตก่อน กลุ่มนี้ให้ทำได้แต่ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เช่น เดินออกนอกบ้านจะให้เด็กเดินออกเองก็เห็นจะไม่เหมาะ ดังนั้น ก่อนจะออกต้องขออนุญาตและให้พ่อแม่พาออกไป เรื่องเหล่านี้ต้องตัดสินใจกันเอง แต่ละบ้านอาจจะคิดไม่เหมือนกัน

ให้เด็กทำได้เอง กลุ่มสุดท้ายพ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกทำเอง เด็กบางคนอาจจะอยากลองชงกาแฟกับพ่อ แบบนี้บางบ้านก็ไม่กล้าให้ลอง บางบ้านก็กล้า บ้านที่กล้าก็จะสอนให้เด็กรู้จักความร้อน โดยเอามือเด็กมาแตะแก้วเบาๆ พอให้รู้ว่าของร้อน น่ากลัว อนุญาตให้คนกาแฟได้ แต่ไม่ให้จับแก้วหรือยุ่งกับน้ำร้อนเลย

สอนลูกไม่เอาแต่ใจ
+ ขณะกำกับควรสอนลูกไปด้วย “ออกนอกบ้านต้องขอ” หรือ “ร้อนไม่เอา” ทำเรื่อยๆ เด็กก็จะเรียนรู้ได้เองว่า เวลาจะทำอะไรใหม่ๆ ต้องขออนุญาตพ่อแม่ก่อน

+ ห้ามเด็ดขาด ทำคล้ายๆ กันคือ บอกไปเลยว่า “เล่นไม่ได้” “ไม่เอา” พูดพร้อมทำท่าประกอบเพื่อให้เข้าใจง่าย จากนั้นก็กำกับให้เด็กหยุดทำ ช่วงแรกอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด ให้ทำบ่อยๆ จนจูนคลื่นได้ตรงกัน เด็กอาจจะหงุดหงิดงอแงบ้าง ต้องอดทนครับ ถ้ามีเรื่องที่ให้ทำโดยพ่อแม่กำกับเยอะพอแล้ว เรื่องห้ามเด็ดขาดก็จะน้อยลง การเรียนรู้ก็จะพอไปได้

นี่แค่ขวบปีที่สองเองนะครับ ต่อไปบทเรียนที่ว่า “อะไรทำได้อะไรไม่ได้” ก็จะมากขึ้น สอนโดยใช้หลักเดียวกัน ในที่สุดเด็กจะแยกแยะได้เอง ว่าเรื่องอะไรทำตามใจได้ เรื่องอะไรต้องขออนุญาตก่อน และเรื่องอะไรทำไม่ได้แน่ๆ

สอนดีๆ ลูกก็จะอยู่ในโอวาท และก็ยังสนิทสนมกับเราเหมือนเดิม ถ้าขัดใจกันมากไป เด็กก็อาจจะไม่ค่อยชอบหน้าเราเท่าไร แต่ถ้าไม่ขัดใจเลยแม้เด็กจะชอบหน้าเรา แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบหน้าเด็กครับ




บทความแนะนำ

คลิปสุดซึ้ง - คุณเป็นแม่แบบไหน? ถ้าลูกไม่เป็นไปอย่างที่หวังไว้
เข้าใจนิสัยวัยรุ่น
เลือดกำเดาไหล แบบไหนอันตราย?
นมแม่...ลดโอกาสแม่เป็นมะเร็งเต้านม

Facebook Comment