เตรียมตัวเมื่อลูกต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล



สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลใจที่สุดสำหรับการดูแลลูกเล็ก คงหนีไม่พ้นการที่ลูกน้อยจะต้องนอนโรงพยาบาล เพราะนอกจากลูกต้องรับมือกับอาการป่วยไข้แล้ว ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ที่ไม่คุ้นชินอีกด้วย แล้วเราจะช่วยลูกน้อยให้หายเร็วไวอย่างไรดี

วัยเตาะแตะเป็นวัยที่ต้องการความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ว่าเขาจะเกิดสิ่งใดขึ้นก็จะมุ่งหน้าโผไปหาคนที่เขารักเสมอ และเมื่อเจ้าหนูจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือความเจ็บปวดทางร่างกาย และความเครียดทางจิตใจ เมื่อต้องห่างจากคนที่เขาเชื่อใจ ความเจ็บปวดนั้นเราอาจจะบรรเทาได้ไม่มาก เพราะขึ้นอยู่กับกระบวนการทางการแพทย์ แต่ความกังวลและความเครียด คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเองค่ะ


หาวิธีเพิ่มความคุ้นชินเมื่อลูกเข้าโรงพยาบาล

หลักใหญ่ ๆ ของการเพิ่มความคุ้นเคย คือการให้เจ้าหนูใช้เวลากับโรงพยาบาลบ้างก่อนที่จะมานอน คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ขณะตรวจสุขภาพตามนัดของคุณหมออยู่แล้ว

ดังนั้นเมื่อใดที่ต้องไปโรงพยาบาลก็ชี้ชวนให้ลูกดูนั่นดูนี่ พาไปเดินตามส่วนต่างๆ เพื่อให้ชินและไม่กลัวกับพื้นที่ นอกจากนั้นก่อนมานอนโรงพยาบาล คุณพ่อคุณแม่สามารถเล่นบทบาทสมมติเรื่องการดูแลรักษาได้ด้วย เช่น ตรวจหัวใจให้พี่หมีน้อย พาพี่หมีน้อยขึ้นเตียง เป็นต้น


ช่วยลูกผ่อนคลายเมื่อลูกเข้าโรงพยาบาล

ผู้ใหญ่ใจแข็งอย่างเราเมื่อนอนโรงพยาบาลก็อดขวัญเสียไม่ได้ เจ้าหนูน้อยก็เช่นเดียวกัน ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยของร่างกาย และความรู้สึกไม่ปลอดภัยในขณะอยู่แปลกที่ คุณแม่สามารถช่วยได้ด้วยการเล่านิทานเกี่ยวกับการเจ็บป่วย หรือการนอนโรงพยาบาล ว่าเป็นสิ่งปกติที่เด็ก ๆ หลายคนเคยเจอ พ่อและแม่จะอยู่กับหนูจนกว่าเราจะกลับบ้านพร้อมกันนะ

และยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยให้เด็กผ่อนคลายได้ดี อย่างเช่น การเดินเล่น การนวดสัมผัสในกรณีเจ้าหนูไม่สามารถลุกลงจากเตียงได้ หรือแม้แต่ของเล่นชิ้นโปรด ก็สามารถนำมาสร้างความบันเทิงเริงใจให้เจ้าหนูได้เช่นกัน ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถแย่งงานคุณพยาบาลทำได้ เพื่อคลายเครียดให้ลูก อาทิ การเช็ดตัว การป้อนข้าว เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำ เป็นต้น

ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่หรือคนดูแลต้องควบคุมสติและอารมณ์ให้มั่น เพราะแม้เจ้าหนูยังเด็กแต่เขาก็จับกระแสความเครียดและความกังวลได้ ดังนั้นต้องระวังให้มากและใช้คำพูดเชิงบวกเกี่ยวกับการรักษา เช่น การฉีดยา-ยาเพิ่มพลัง หรือเจาะน้ำเกลือ-เติมน้ำมัน เป็นต้น


เตรียมคำตอบสำหรับคำถาม เมื่อลูกเข้าโรงพยาบาล

สำหรับลูกวัยที่เริ่มซักถาม เจ้าหนูทำไมคำถามที่ลูกจะถามหรือสงสัยมีไม่กี่คำถามหรอกค่ะ อย่างเช่น เมื่อไรจะได้กลับบ้าน มันจะเจ็บไหม พ่อแม่จะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณจะต้องตอบให้ชัดเจน และตรงกับความเป็นจริง แม้ว่าลูกไม่ถาม คุณแม่เองก็จะต้องบอกให้ลูกรู้ และทวนกับลูกให้เข้าใจว่าจะเกิดอะไรกับเขาบ้าง อย่างเช่น เมื่อลูกเข้าไปในโรงพยาบาลแล้ว คุณพยาบาลจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นะ แล้วเดี๋ยวจะมีคุณหมอมาคุยด้วย แล้วจะมีนางพยาบาลใจดี ทำหน้าที่คอยดูแลหนูจนกระทั่งหายดี แต่จะมีเรื่องอาหาร ห้องน้ำ และเตียงนอนจะไม่เหมือนที่บ้าน แต่แม่รับรองว่ามันไม่อันตรายสำหรับหนูแน่นอน


คนดูแลพร้อมอุปกรณ์พร้อมเมื่อลูกเข้าโรงพยาบาล

ด้วยพัฒนาการของเจ้าหนูไม่อยู่เฉย ชอบเล่น และสำรวจเป็นธรรมดา ดังนั้นเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ และผู้ดูแลที่ต้องอยู่กับเจ้าหนูตลอดเวลา และเมื่อเป็นเด็กเล็ก พยาบาลมักอนุญาตให้คุณแม่หรือคนที่เด็กคุ้นเคยเฝ้าไข้ค้างคืนได้

กฎง่าย ๆ ของคนเฝ้าไข้ คือไม่ควรปล่อยทิ้งให้เจ้าหนูอยู่คนเดียว แม้ว่าเราจะลงไปซื้อของหรือคุยกับหมอในช่วงเวลาไม่นาน เพราะนั่นอาจจะทำให้เจ้าหนูรู้สึกว่าโดนทิ้ง และไม่ไว้ใจโรงพยาบาลอีกเลย ถึงมีความจำเป็นควรแจ้งพยาบาลให้มาดูแลตอนที่คนเฝ้าไม่อยู่

นอกจากนั้นอุปกรณ์ยังเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเตียงนอนต้องเป็นเตียงสำหรับเด็กเท่านั้น โดยมีซี่กรงแคบกว่าวงรอบศีรษะของเด็ก เพื่อป้องกันไม่ทำให้เด็กลอดตกลงมาได้


เตรียมของใช้ชิ้นโปรดเมื่อลูกเข้าโรงพยาบาล

อีกเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้เบบี๋นอนหลับสบายขึ้น คือของชิ้นโปรดที่ต้องมีติดไม้ติดมือยามนอน เมื่อเจ้าหนูต้องเข้ามานอนในโรงพยาบาลแล้ว คุณแม่ยังสามารถนำอุปกรณ์ เครื่องใช้ อาทิ ผ้าห่ม ตุ๊กตา ผ้าเช็ดตัว หมอน นิทานก่อนนอนเรื่องโปรด เป็นต้น มาด้วยระหว่างนอนโรงพยาบาล เพื่อให้ลูกรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น


หาโรงพยาบาลใกล้ๆ เมื่อลูกเข้าโรงพยาบาล

ด้วยความที่ยุคนี้คุณแม่เป็นผู้หญิงทำงาน ไม่สามารถมาเฝ้าลูกน้อยได้อยู่ตลอดเวลา แต่ทุกปัญหามีทางออกค่ะ คุณแม่ควรหาตัวช่วย เช่น ญาติผู้ใหญ่ช่วยอยู่ดูแลลูกตลอดเวลา และสัญญากับลูกว่าแม่จะกลับมาในเวลาไหนบ้าง คุณควรทำตามสัญญา อย่าละเลยเวลาที่จะมาหาลูกเด็ดขาด เพราะมันคือความมั่นคงทางจิตใจ ที่ลูกสมควรได้รับเป็นอย่างยิ่งในช่วงนี้

นอกจากนั้นการเลือกโรงพยาบาลใกล้ที่ทำงาน ก็เป็นอีกตัวเลือกที่คุณแม่ควรพิจารณา เพราะจะช่วยร่นระยะการเดินทางไปได้ หนำซ้ำตอนกลางวันคุณยังสามารถแวบออกมาจากออฟฟิศได้ ในวงเล็บว่าหากเจรจากับเพื่อนร่วมงานได้ และเมื่อกลับไปออฟฟิศก็ซื้อขนมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการขอบคุณเพื่อนบ้างค่ะ

การที่ลูกเล็กแอดมิดไม่ใช่เรื่องยุ่งยากค่ะ เพียงแค่คุณแม่รู้วิธีการรับมือ และจัดการวางแผนเรื่องนี้ก็ผ่านฉลุยไปได้แน่นอนค่ะ

Facebook Comment