รู้จักกับการเก็บรักษาเซลล์แช่แข็งเพื่อความหวังของมนุษย์ในอนาคต




ช่วงไม่กี่วันมานี้เราอาจจะได้ยินกับคำว่า การเก็บรักษาเซลล์ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็ง กันมาจากข่าวเศร้าของน้องไอนส์ที่ครอบครัวได้ตัดสินแช่แข็งเซลล์และร่างกายไว้หลังจากเสียชีวิต โดยน้องได้ทุกข์ทรมานด้วยอาการป่วยด้วยมะเร็งมากว่า 1 ปี ซึ่งทางครอบครัวของน้องไอน์ได้ให้ Alcor Life Extension Foundation ดำเนินการเก็บรักษาไว้ในสหรัฐอเมริกา

แต่เทคโนโลยีการเก็บรักษาเซลล์ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็ง นั้นคืออะไร มีกระบวนการทำงานอย่างไร เรามาลองดูกันค่ะ


การเก็บรักษาเซลล์ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็ง Cryopreservation

การเก็บรักษาเซลล์ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็ง หรือ Cryopreservation เป็นกระบวนการที่ใช้ในการเก็บรักษาเซลล์หรือเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ของ มนุษย์ สัตว์ พืช หรือเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ภายใต้อุณหภูมิเย็นจัด (Ultra low temperature) เพื่อที่จะสามารถทําการเก็บรักษาเซลล์หรือเนื้อเยื่อไว้เป็นระยะเวลานาน (Long term preservation)


หลักการของ Cryopreservation คือ การทําให้ภายในเซลล์เปลี่ยนสถานะไปเป็นของเหลวหนืด ไม่ผ่านขั้นตอนการเป็นผลึกน้ำแข็ง ซึ่งผลึกน้ำแข็งดังกล่าวนี้จะมีผลทําให้ Viability ของเซลล์ลดลง โดยใช้สาร Cryoprotective agent เป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผลึกน้ำแข็งขึ้นภายในเซลล์เมื่อทําการลดอุณหภูมิของเซลลต่ำลงไปจนถึงจุดวิกฤต (Critical point) คือ -135 องศาเซลเซียส เซลล์ก็จะกลายเป็นของแข็งมีลักษณะเหมือนแก้ว วิธีการทำให้เซลล์แข็งเป็นแก้วนี้เรียกว่า Vitrification และสามารถเก็บรักษาเซลล์ได้ยาวนาน แต่โดยทั่วไปนิยมใช้ไนโตรเจนเหลว ซึ่งมีอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส (อ้างอิง vcharkarn)




คลิปเจาะข่าวเด่น เปิดใจ..พ่อน้องไอนส์ แช่แข็งสมองสู้มะเร็งร้าย



ลำดับเหตุการณ์กระบวนการเก็บรักษาเซลล์ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็งของน้องไอน์

โดย Alcor Life Extension Foundation

ข้อมูลจาก Alcor Life Extension Foundation ได้ลำดับเหตุการณ์ดำเนินการเก็บรักษาเซลล์ของน้องไอน์ โดยบอกว่าทางครอบครัวของน้องไอนส์ มีแผนการที่จะเดินทางพาน้องไอนส์ไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่น้องอาการไม่ดีขึ้น แต่ก่อนการแผนการเดินทางอาการของน้องไอนส์ก็ทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำให้แผนการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาต้องยกเลิกไป หลังจากพูดคุยปรึกษากับทางครอบครัวแล้ว ทาง Alcor Life Extension Foundation ได้ประชุมทีมและตัดสินใจส่ง Dr. Kanshepolsky ศัลยแพทย์ระบบประสาทเดินทางมาที่เมืองไทยเพื่อเตรียมพร้อมไว้ในกรณีที่น้องไอนส์เสียชีวิต และจะต้องทำการผ่าตัดเก็บรักษาเซลล์

หลังจากเดินทางมาถึงเมืองไทย แพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ลงความเห็นที่จะดำเนินการ cryoprotection น้องไอนส์ที่เมืองไทย โดยสองวันหลังจากทีมแพทย์ถึงเมืองไทยน้องไอนส์ก็เสียชีวิตลง ซึ่งกระบวนการเตรียมพร้อมต่างๆ ของการดำเนินการเก็บรักษาเซลล์ได้เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วที่ห้องข้างๆ หลังจากน้องเสียชีวิต ศัลยแพทย์ระบบประสาทได้ดำเนินการ cryoprotection และเก็บรักษาเซลล์และร่างกายน้องไว้ที่อุณหภูมิ -79 องศาเซลเซียส

หลังจากผ่านขั้นตอนจากทางสถานฑูตสหรัฐฯ กล่องบรรจุเซลล์ร่างน้องไอนส์ได้เดินทางสู่สหรัฐอเมริกา และเดินทางถึง Alcor Life Extension Foundation เพื่อทำการเก็บรักษาไว้ สำหรับน้องไอนส์นับว่าเป็นคนไข้รายที่ 134 ของทาง Alcor Life Extension Foundation และถือว่าเป็นคนไข้ที่เก็บเซลล์ระบบประสาท รายแรกในเอเชีย และยังเป็นคนไข้ที่อายุน้อยที่สุดที่ทางบริษัทได้ทำการเก็บรักษาเซลล์ไว้ด้วย


ซึ่งทางคุณพ่อน้องไอน์ได้หวังว่าเซลล์มะเร็ง และเซลล์จากส่วนต่างๆ ของร่างกายไอนส์จะถูกเก็บตัวอย่างรักษาไว้เพื่อการศึกษาเพื่อรอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไอนส์ในอนาคต


(ที่มา http://www.alcor.org/blog/two-year-old-thai-girl-becomes-alcors-134rd-patient/)

ค่าใช้จ่ายการเก็บรักษาเซลล์ต้นกําเนิดโดยการแช่แข็ง Cryopreservation
โดย Alcor Life Extension Foundation

สำหรับค่าใช้จ่าย โดย Alcor Life Extension Foundation ได้จัดการแช่แข็งสมองและร่างกายของน้องไอนส์เอาไว้ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส มีค่าสมาชิกของ Alcor Life Extension Foundation 770 ดอลลาร์ต่อปี (24,000 บาท) และหากต้องการเก็บรักษาเส้นประสาท จะต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.5 ล้านบาท) หรือเสียค่าใช้จ่าย 200,000 ดอลลาร์ (6.4 ล้านบาท) สำหรับการเก็บรักษาทั้งร่างกาย (อ้างอิง kapook.com)





----------------------------------------






รู้จักกับเรื่องราวของน้องไอนส์ จากเฟซบุ๊ก Matheryn Naovaratpong

ไอนส์ เด็กหญิงเมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ ไอนส์เป็นลูกสาวคนเดียวในบรรดาพี่น้องสี่คนของ ดร.สหธรณ และ ดร.นารีรัตน์ เนาวรัตน์พงษ์

จริงแล้วเรื่องของไอนส์เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อในอดีตย้อนหลังกลับไป 12 ปีก่อนไอนส์จะเกิด


คุณแม่ของไอนส์ได้รับการผ่าตัดมดลูกออกเพื่อรักษาชีวิตจากการตกเลือดในการคลอดลูกชายคนแรกทำให้ครอบครัวไม่สามารถมีบุตรได้อีก 12 ปีต่อมาไอนส์จึงเกิดขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ โดยการใช้ไข่และสเปิร์มจากพ่อแม่ที่แท้จริงปลูกถ่ายลงในมดลูกของแม่อุ้มบุญ ตลอดช่วงเวลาการตั้งครรภ์ครอบครัวของเราได้ดูแลแม่อุ้มบุญเป็นอย่างดีรวมถึงการตรวจโรคต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง ดีที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีการแพทย์ที่จัดหาได้ในประเทศ


ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ที่โรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศ ไอนส์คลอดออกมามีน้ำหนักแรกคลอดมากถึง 3800 กรัม มีลักษณะที่สมบูรณ์สุขภาพดีทุกประการตามที่เราคาดหวังจากผลอัลตร้าซาวด์

ไอนส์มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวคือดวงตากลมโตและมีรอยยิ้มอยู่เสมอ เธอนำพาความสุขและความอบอุ่นมาให้กับครอบครัวสมกับที่รอคอยมานานถึง 12 ปี

ไอนส์เติบโตขึ้นมาด้วยพัฒนาการที่ปกติแข็งแรง สามารถเต้นรำร้องเพลงวิ่งเล่นหัวเราะ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างปกติ ไอนส์ยังแสดงถึงการรู้จักความรักกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะการหอมแก้มน้องชายคน 1 ที่ไอนส์รักเป็นพิเศษ

รุ่งเช้าวันที่ 19 เมษายน 2557 ไอนส์อายุ 2 ขวบ 1 เดือน ไอนส์มีอาการปลุกไม่ตื่นจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการขาดน้ำจึงให้น้ำเกลือปริมาณสูงในการรักษาเบื้องต้นแต่ไอนส์ก็เข้าสู่อาการโคม่าอย่างรวดเร็วภายใน 20 นาทีจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเอ็กซเรย์สมองด่วนพบก้อนเนื้อขนาด 11 เซนติเมตรในสมองด้านซ้าย แทบจะไม่ต้องรอวินิจฉัยชิ้นเนื่อพวกเราก็ทราบทันทีว่ามันน่าจะคือมะเร็ง

แต่ทำไมมะเร็งขนาดใหญ่จึงไม่เคยแสดงอาการให้พวกเราได้สังเกตเห็นมาก่อนเลย

ในวันนั้นไอนส์ได้รับการผ่าตัดเปิดกระโหลกศีรษะเพื่อลดความดันในสมองและตัดชิ้นมะเร็งออกได้ประมาณ 50% แพทย์ได้ประเมินว่าไอนส์แทบไม่มีโอกาสจะฟื้นคืนสติ

ผลการวินิจฉัยชิ้นเนื้อ พบว่าเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงที่หายากชื่อว่า ependymoblastoma ครอบครัวเราได้รับคำแนะนำให้ปล่อยให้ไอนส์เสียชีวิต เพราะไม่มีวิธีการใดๆ ในการรักษา และไม่มีโอกาสในการฟื้นคืนสติ

แต่แล้วเพียงสัปดาห์ ไอนส์ก็ลืมตาและเริ่มฟื้นคืนสติเริ่มร้องไห้และแสดงอาการตอบสนองต่างๆ สร้างความแปลกใจให้กับทุกคน ไอนส์แสดงถึงความต่อสู้ที่จะมีชีวิต

พวกเราตัดสินใจที่จะต่อสู้กับมะเร็งให้ถึงที่สุด เราอาจจะไม่ชนะมะเร็ง แต่ให้ไอนส์ได้เป็นบันไดก้าวหนึ่งของมนุษย์ที่จะเอาชนะมะเร็งในอนาคต


หลังจากไอนส์เริ่มฟื้นคืนสติ กับการผ่าตัดอีกหลายครั้ง ครอบครัวต้องทำใจยอมรับว่าไอนส์ได้สูญเสียสมองซีกซ้ายไปมากถึง 80%แต่ไม่เสียชีวิต ซึ่งหมายถึงว่าเธอจะไม่สามารถขยับร่างกาย ซีกขวาและยังสูญเสียความสามารถอื่นๆ เช่น การมองเห็นการได้ยินและการพูด แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใดหรืออาจจะเป็นเพราะไอนส์มีอายุเพียง 2 ปี เธอได้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่รวดเร็ว และตอบสนองการรักษาเป็นอย่างดี


ตลอดช่วงเวลาของการรักษาไอนส์ค่อยๆ กลับมามองเห็น ได้ยินเสียงรับรู้คำสั่งและแสดงความต้องการของตัวเองจนกระทั่งสามารถขยับร่างกายซีกขวาได้อีกครั้ง จากการทำกายภาพบำบัดประจำ เราสังเกตเห็นพลังต่อสู้ในแววตาที่กลมโตของไอนส์ จนวันหนึ่งไอนส์ก็สามารถยืนขึ้นได้ และเริ่มฝึกเดิน มองด้วยตา 2 ข้างพร้อมกันเหมือนปรกติ ราวกับว่าถ้าเค้ารอดจากมะเร็งแม้จะมีสมองเพียงซีกเดียว เขาก็น่าจะกลับไปวิ่งและพูดได้แต่เกือบเหมือนเด็กปกติอีกครั้ง พวกเราได้เผยแพร่เรื่องราวของไอนส์และการต่อสู้ไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยเป็นอีกจำนวนมาก ไอนส์ยังอยู่รอดมาถึงวันนี้ด้วยพลังที่น่าประทับใจจากภายใน เธอยังคงแสดงถึงรอยยิ้มและความรักมากมายเหมือนที่เธอเป็นแต่เกิด

ไอนส์ผ่านการผ่าตัดสมองและการผ่าตัดอื่นๆรวมแล้วมากถึง 12 ครั้ง คีโม 20 ครั้งและทำรังสีบำบัด 20 ครั้ง ในช่วงเวลานั้นเราได้เห็นเพื่อนร่วมทุกข์มากมายที่เป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่เสียชีวิตลงคนแล้วคนเล่า ทั้งที่พวกเขายังเป็นเด็ก เหมือนการต่อสู้ที่จะยังไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เราจึงพยายามผลักดันให้เกิดการจัดตั้งกองทุนถอดรหัสพันธุกรรมคือการต่อสู้มะเร็งในเด็ก โดยให้การต่อสู้ของไอนส์เป็นจุดเริ่มต้น

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 เราตรวจพบว่ามะเร็งหลายแพร่กระจายไปตามส่วนต่างๆของสมอง ไอนส์เริ่มมีอาการอัมพาตบนใบหน้าและกล้ามเนื้อบางส่วน เรารู้ว่าเวลาสุดท้ายใกล้มาถึง สุดเอื้อมของมนุษย์ สุดเอื้อมที่เทคโนโลยี่ปัจจุบันจะอำนวยให้ เราต้องเตรียมใจอำลาแล้ว

วันที่ 8 ม.ค. 2558 ด้วยความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ ไอนส์ได้กลับบ้านครั้งสุดท้ายอย่างมีสติสมบูรณ์ ท่ามกลางครอบครัวและหมู่ญาติ เราได้คุยได้เล่นกันครั้งสุดท้าย ก่อนเราจะปิดระบบพยุงชีพเพื่อปลดปล่อยภาระที่แสนหนักจากบ่าเล็กๆ ในเวลา 18:18 น.

เซลล์มะเร็ง และเซลล์จากส่วนต่างๆ ของร่างกายไอนส์ถูกเก็บตัวอย่างรักษาไว้เพื่อการศึกษา ร่างกายของไอนส์ถูกเก็บรักษาในสภาพมีชีวิตภายใต้อุณหภูมิเย็นจัด (cryopreservation) ใน Arizona USA เพื่อรอเทคโนโลยี่ที่เหมาะสมในการซ่อมแซมร่างกายของไอนส์ในอนาคต

การพัฒนาเทคโนโลยี่ cryopreservation จะเป็นคำตอบของธนาคารอวัยวะแช่แข็งในอนาคตอันใกล้

พวกเราไปถึงสุดเอื้อมของมนุษย์แล้ว ชีวิตของไอนส์ได้อุทิศเป็นที่สุดของความรักสุดหัวใจ และการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ที่ผลักดันคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ซึ่งจะอยู่คู่มนุษย์ตลอดไป "มีชีวิตมีโอกาส"

(ที่มา จาก จากเฟซบุ๊ก Matheryn Naovaratpong : ขออนุญาตแก้ไขตัวสะกดโดย Momypedia.com)

บทความแนะนำ

เริ่มแล้ว! โรงพยาบาลในสกอตแลนด์ตรวจหาร่องรอยแอลกอฮอล์ในทารกแรกเกิด
สร้างสุขให้ลูกขวบแรก สมองเติบโต
เมนูอาหารเสริมเติมพลังงานของเด็กวัย 6-12 เดือน
ลูกขาโก่ง ทำอย่างไรดี ต้องแก้ไขไหม ?

Facebook Comment