เมื่อลูกวัย 0-1 ปีแพ้นมวัว

อาการ การดูแล และวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง หา่กลูกวัย 0-1 ปี มีความเสี่ยงที่จะแพ้นมวัว


นม, นมวัว, นมผสม, แพ้นม, แพ้นมวัว, นมเสริม, นมผง, ภูมิแพ้, สารก่อภูมิแพ้, ภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ, หอบ, หืด, นมแม่, นมถั่วเหลือง, ภูมิคุ้มกัน, เด็กวัย 0-1 ปี, เด็กแรกเกิด




แบบนี้เสี่ยงแพ้นมวัว

  • คุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติโรคภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ แพ้อาหาร หอบหืด
  • ลูกคนก่อนเคยมีประวัติแพ้นมวัว
  • คุณแม่ดื่มนมวัวมากเป็นพิเศษระหว่างตั้งครรภ์
  • คุณแม่ดื่มนมวัวเป็นประจำขณะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • ลูกดื่มนมวัวตั้งแต่แรกเกิด
  • ลูกได้รับนมแม่ในระยะสั้น
  • ลูกปวดท้องร้องกวนแบบโคลิก
  • ลูกมีอาการป่วยแบบเป็นๆ หายๆ ท้องเสียเรื้อรัง

ถ้าลูกมีอาการในข้อสุดท้าย และข้ออื่นๆ มากกว่า 2 ข้อขึ้นไป แสดงว่าลูกมีโอกาสที่จะแพ้นมวัวสูง ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาอย่างถูกต้อง

รู้ได้อย่างไรว่าแพ้


‘แพ้นมวัว’ มักเป็นในเด็กเล็กวัยต่ำกว่า 1 ปี สามารถจัดแบ่งกลุ่มอาการได้ 3 ระบบหลัก ได้แก่

ระบบผิวหนัง เช่น ขึ้นผื่น ลมพิษ ผื่นแพ้ผิวหนังชนิดแห้งและลอก เป็นต้น เป็นกลุ่มอาการที่พบมากที่สุด โดยอาการทางผิวหนังจะเกิดขึ้นหลังกินนมไปแล้วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงจนถึงนานเป็นสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับลักษณะของผื่น

ระบบทางเดินอาหาร ส่วนใหญ่จะมีอาการท้องเสียเรื้อรัง มีเพียงส่วนน้อยที่มีอาการท้องผูก ทำให้วินิจฉัยได้ยาก เพราะอาการอาจเป็นเรื้อรัง และไม่ได้เป็นทันทีหลังจากกินนมเข้าไป

ระบบอื่นๆ ในร่างกาย คือมีอาการแพ้รุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นในหลายระบบพร้อมกัน วินิจฉัยอาการได้ง่าย จะเกิดอาการหลังจากกินนมวัวภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ได้แก่ เป็นผื่น หายใจไม่ออก อาเจียน ความดันต่ำ และช็อกหมดสติ ถือว่าเป็นภาวะภูมิแพ้ชนิดรุนแรง(Anaphylaxis) ซึ่งถ้าไม่รักษาให้ทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้

สาเหตุการแพ้นมวัว

พันธุกรรมเป็นสาเหตุเด่น โดยเฉพาะเด็กที่มีพ่อแม่เป็นภูมิแพ้ใดๆ ก็ตาม เพราะอาการนี้ถ่ายทอดทางสายเลือด สาเหตุอีกประการ คือการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้อยู่เป็นประจำ เช่น ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่กินนมวัวมากเกินกว่าปกติ ทำให้ลูกในท้องมีโอกาสที่จะแพ้ได้ง่าย

รักษาเมื่อแพ้นมวัว

วินิจฉัยด้วยการเจาะเลือด ต้องวินิจฉัยให้ทราบก่อนว่าลูกแพ้นมวัวแน่นอนหรือเปล่า ถ้าเป็นภูมิแพ้ชนิดรุนแรง หรือมีอาการแสดงทางผิวหนัง การวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดอาจได้ผล แต่ถ้าคนไข้มาด้วยอาการท้องเสีย จะต้องส่องกล้อง หรือตรวจอุจจาระ หรือทดสอบ Oral Challenge คือ ให้เด็กลองกินนมวัวทีละน้อยๆ จากนั้นสังเกตอาการเด็กภายใน 3-5 วัน ถ้าพบว่าแพ้ก็ต้องหลีกเลี่ยง วิธีนี้ไม่ควรทำเองที่บ้านเพราะถ้าอาจทำให้เกิดอาการแพ้แบบรุนแรงได้ ควรทำในโรงพยาบาลเพื่อ
สังเกตอาการแพ้

กินนมเสริมชนิดที่ใช้กินทดแทนนมวัว ที่ให้คุณค่าทางสารอาหารใกล้เคียงนมวัว เช่น นมถั่วเหลือง ซึ่งผลวิจัยทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่าให้ประโยชน์โภชนาการครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ และพบว่าเด็กส่วนใหญ่ที่แพ้นมวัวแล้วเปลี่ยนกินนมถั่วเหลืองจะไม่ปรากฏอาการแพ้

ดูแลลูกแพ้นมวัวอย่างไรเหมาะ


หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ต้องเลี่ยงนมวัว และถ้าเลิกกินนมแม่แล้ว ควรให้กินนมเสริมชนิดที่ใช้กินทดแทนนมวัว รวมถึงไม่กินอาหารเสริมหรือขนมที่มีนมวัวเป็นส่วนผสม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่เองอาจไม่รู้ว่า อาหารชนิดนั้นมีนมวัวผสมอยู่หรือไม่ เลี่ยงได้ด้วยการไม่ให้ลูกกินขนม หรืออาหารที่ไม่มีคำอธิบายส่วนประกอบข้างบรรจุภัณฑ์

ใช้ยา เป็นยาที่เหมาะสำหรับภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ และผิวหนัง ถ้าแพ้อาหารแล้วให้ยาป้องกันเพื่อให้กินอาหารชนิดนั้นๆ ได้ จะไม่ค่อยได้ผลในการรักษา แนะนำให้หลีกเลี่ยงจะดีที่สุด

อาการนี้ไม่ใช่แพ้นมวัว

การพาลูกมาพบหมอด้วยอาการป่วยอื่นๆ เช่น น้ำมูกไหลเรื้อรัง หอบหืด เป็นหวัดบ่อย ต้องพึงระวังว่าอาจไม่ใช่อาการแพ้นมวัว ต้องให้แพทย์วินิจฉัยให้ชัดเจน และสิ่งสำคัญคือ การป้องกันสำหรับลูกคนต่อไปไม่ให้มีอาการแพ้ โดยคุณแม่ที่มีประวัติเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงการกินนมวัวปริมาณมากในขณะตั้งครรภ์ หรือต่อให้ไม่มีประวัติ แต่การกินนมวัวมากๆ อาจไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการแพ้นมวัว


ความเชื่อที่ว่าให้กินอาหารทีละน้อยๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเองนั้น เป็นความคิดที่ผิด เพราะการกินทีละน้อยๆ แบบนี้เหมือนเป็นการสะสม จะทำให้ร่างกายแพ้รุนแรงมากขึ้น เช่น เดิมทีอาจแพ้โดยมีอาการทางผิวหนังอย่างเดียว แต่พอคุณแม่ให้กินทีละนิดไปเรื่อยๆ อาจทำให้ลูกแพ้ถึงขั้นช็อกได้ เพราะหลักการของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายจะไวต่อสิ่งกระตุ้น ถ้ายิ่งได้รับสิ่งที่แพ้ไป ยิ่งไปกระตุ้นอาการแพ้ให้เป็นมากขึ้น

วิธีแก้คือ ต้องทำให้ร่างกายลืมว่าเคยแพ้อะไร เช่น ถ้าลูกแพ้นมวัว ลองให้ลูกหยุดกินไป 3-5 ปี ก็จะหาย และสามารถกลับมากินนมวัวได้ แต่อาหารบางชนิดอย่างถั่ว อาจแพ้ตลอดชีวิต ดังนั้นระยะเวลาในการงดอาหารแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันไป

แค่คุณพ่อคุณแม่หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของลูกน้อย และทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด ลูกน้อยก็จะไม่เป็นเด็กขี้แพ้(นมวัว)อีกต่อไป

เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ ผศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล

หัวหน้าหน่วยโรคภูมิแพ้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บทความแนะนำ

เที่ยวแบบไหน! เสริมสร้างพัฒนาการลูกรัก
เรื่องน่าคิด! ความปลอดภัยกับผู้สูงวัยในบ้าน
ลูกชอบเล่นจับอวัยวะเพศของตัวเอง ทำอย่างไร
10 เมนูมื้อกลางวันสุดฮิตของคุณแม่ตั้งครรภ์

Facebook Comment