เตือนพ่อแม่ ลูกคนโตอุ้มน้องไม่ระวัง ทำกระดูกเคลื่อนหลุดได้


เรื่องราวอุทาหรณ์เป็นเรื่องของคุณแม่ Aom Monruedee Dee Dee ที่ได้ร่วมแชร์แบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์ในครอบครัวที่เป็นประโยชน์มากๆ ค่ะ โดยเป็นเรื่องของลูกสาวคนโตวัย 7 ขวบที่ช่วยเลี้ยง ช่วยดูแลน้อง แต่ด้วยวัยที่ยังขาดประสบการณ์ และวุฒิภาวะ ทำให้น้องกระดูกแขนเคลื่อนหลุดออกมา ซึ่งเรื่องราวเป็นอย่างไร ลองอ่านจากคุณแม่เลยค่ะ
 




ฝากเตือนบ้านไหนที่มีลูกที่เป็นพี่น้องกัน พอดีเมื่อวานช่วงเช้าเราฝากให้ลูกสาวคนโต 7ขวบดูน้องวัย 6 เดือนอยู่ในห้องตามลำพังเพราะตัวเราต้องรีบออกไปเตรียมเสื้อผ้ากระเป๋าของลูกสาวคนโตเพราะเปิดเรียนวันแรก

ช่วงเวลาไม่นานนักเราก็ได้ยินเสียงลูกคนเล็กร้องลั้นเรารีบวิ่งไปดู ก็เห็นเค้านอนร้องอยู่บนหมอน เลยถามลูกคนโตว่าหนูอุ้มน้องรึเปล่า เค้าตอบว่าใช่หนูเหมื่อยเลยวางน้องลงกับหมอน ในใจเราโมโหอยากจะดุลูกมากแต่กลัวลูกจะคิดมากเลยไม่ได้พูดอะไร

เราเริ่มสังเกตว่าลูกคนเล็กเริ่มไม่ค่อยขยับแขนขวาเวลาโดนก็จะร้องสุดเสียงทุกครั้ง เลยตัดสินใจพาไปหาหมอ หมอส่งเอกซเรย์ หมอบอกว่ากระดูกข้อต่อแขนกับหัวไหล่เคลื่อนออกมา

คราวนี้หมอเลยส่งตัวให้ไปพบหมอกระดูกระหว่างรอหมอลูกร้องเลยให้ลูกกินนมมีพยาบาลคนนึงตะโกนทำท่าทางตกใจว่าอย่าพึ่งให้กินนะเผื่อต้องผ่าตัดค่ะ วินาทีนั้นเรารีบหันหน้ามองกันกับแฟนแล้วพูดกันเบาๆว่า ไม่หรอกไม่น่าถึงขนาดนั้นประมาณว่าให้กำลังใจกัน หมอมาถึงส่งเอกซเรย์อีกรอบ คราวนี้หมอบอกว่ากระดูกเลื่อนออกจริงแต่ไม่เป็นไรเพราะกระดูกเด็กขนาดนี้มีโอกาสที่จะเคลื่อน หัก หลุดได้สูงและยังสามารถเข้าที่ได้เองง่ายอีกด้วย หมอจ่ายยาแก้ปวดแล้วแนะนำให้ประคบเย็นจะช่วยได้มาก หมอนัดอีกครั้งอาทิตย์น่า

วันนี้อาการลูกเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายนี้ฝากเตือนคุณแม่ทุกคนเลยนะค่ะว่าอย่าปล่อยให้พี่เลี้ยงน้องโดยลำพังเด็ดขาดเพราะแค่ระยะเวลาสั้นก็อาจพลาดได้

 

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นกระดูกข้อศอกเคลื่อนในเด็ก คือ การจัดให้ส่วนที่เจ็บอยู่นิ่งๆมากที่สุด แล้วรีบพาลูกไปรพ. อย่าพยายามขยับข้อศอกให้เข้าที่ด้วยตัวเอง เพราะอาจทำผิดพลาดแล้วทำให้บาดเจ็บที่ข้อศอก เส้นเอ็น เส้นเลือดบริเวณนี้มากขึ้น ระหว่างทางไปพบแพทย์ ให้ประคบเย็น และ รักษาสภาพข้อศอกให้เคลื่อนไหวน้อยที่สุด


การป้องกันกระดูกข้อศอกเคลื่อนในเด็ก คือ ไม่ยกเด็กขึ้นมาจากพื้นด้วยมือ หรือ จับที่แขนท่อนล่าง (ส่วนที่ติดกับข้อมือ) เพียงข้างเดียว ให้ยกตัวลูกที่ใต้รักแร้ หรือ จับที่บริเวณแขนท่อนบน (ส่วนที่ติดกับหัวไหล่) ไม่อุ้มลูกเล่นเหวี่ยงแบบชิงช้าเพราะอาจเกิดอันตรายได้รับบาดเจ็บอย่างอื่น ได้ด้วย"  ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ
 

บทความแนะนำ

ไร้เดียงสา! คลิปหนูน้อยอินจัดดูการ์ตูนไปร้องไห้ไป
ผู้หญิงคนนี้เลื่อนการแปลงเพศเป็นชายเพื่ออุ้มท้อง
5 อาหารที่ทำให้โง่
หนาวนี้..ระวังโรคทางเดินหายใจ

Facebook Comment