อากาศปีนี้แปรปรวน ระวังเด็กเสี่ยงกับโรคหอบหืดมากขึ้น



ในปีนี้คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคหอบหืดทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล และมลภาวะทางอากาศที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี จากข้อมูลองค์กรอนามัยโรค (WHO) จำนวนผู้ป่วยทั่วโลกสูงถึง 325 ล้านคน

ในขณะที่ประเทศไทย มีคนเป็นโรคหอบหืดร้อยละ 5-10 เกิดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีถึงร้อยละ10 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดพ่อแม่เป็นหอบหืด 50% พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็น 25% และสิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้น 25% นอกจากนั้นในเด็กอายุ 1-2 ปี จะเป็นหอบหืดเพราะติดเชื้อไวรัสหลังเป็นหวัด และในเด็กโตอาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาจส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ และเสี่ยงเสียชีวิต เพราะสมองขาดออกซิเจนได้

ระดับความรุนแรง

ขั้นที่ 1 ความรุนแรงระดับอาการเบื้องต้น มีอาการหอบหืดน้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง ไม่ค่อยมีอาการตอนกลางคืน หรือเดือนหนึ่งๆ จะหอบช่วงกลางคืนไม่เกิน 2 ครั้งต่อ
ขั้นที่ 2 ระดับรุนแรงน้อย มีอาการหอบหืดมากกว่า 1 ครั้งในสัปดาห์ แต่ยังไม่ถี่ขนาดทุกวัน ในช่วงกลางคืนจะหอบมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน
ขั้นที่ 3 ระดับรุนแรงปานกลาง หอบทุกวัน การหอบตอนกลางคืนเฉลี่ยเกินกว่าสัปดาห์ละครั้ง และอาการที่เป็นจะกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ขั้นที่ 4 ระดับรุนแรงมาก มีอาการหอบตลอดเวลา และเป็นบ่อยมากในตอนกลางคืน อาการแสดงจะรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

วิธีการรักษา

    หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น
    ส่วนใหญ่ใช้ยา : แพทย์จะพิจารณาลดปริมาณยาลง
  • ยาขยายหลอดลม แบบพ่น ช่วยให้การหายใจโล่งขึ้น
  • ยา Steroid กิน 3 – 5 วัน ป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้น เด็กจะไม่รับผลข้างเคียงจากยาตัวนี้
  • ยาป้องกัน ช่วยป้องกันเยื่อบุหลอดลมไม่ให้เกิดอาการหดเกร็งเวลากระทบกับสิ่งกระตุ้น ฉะนั้นยาจะไม่ได้ออกฤทธิ์ขยายหลอดลม ขณะมีอาการหอบหืด การใช้ยาป้องกัน ต้องใช้สม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม้เด็กจะมีอาการปกติแล้วก็ตาม


ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย

 

บทความแนะนำ

เซ็กซ์ครั้งนี้เพื่อลูกชาย
ประกาศผลผู้โชคดี Kidcovery club หัวข้อ “สุขสดใสในวันสงกรานต์”
ระเบิดความสนุกอีกครั้ง! รักลูก EF PLAYDAY เล่นสร้างทักษะสมอง By Nexcare™ Products
10 เมนูมื้อกลางวันสุดฮิตของคุณแม่ตั้งครรภ์

Facebook Comment