Q & A ลูก 9 เดือน ดุลูกได้แค่ไหน

ลูกวัย 9 เดือน ซนมาก พ่อแม่จะสามารถดุและสอนได้แค่ไหน กลัวลูกเสียสุขภาพจิต

การดุเด็ก, ดุลูกทารก, ซน, เด็กซน, การสอนลูก, ดื้อ, การดูแลลูก, เลียนแบบ, อุบัติเหตุในเด็ก, การเลี้ยงลูก



ถาม : ลูกสาวอายุ 9 เดือน ซนมาก ปีนป่ายรื้อของ ไม่ยอมอยู่นิ่งเลย เวลาดูดนมไม่ยอมจับขวดนมเอง ถ้าเอามือแกมาจับจะทำมือและแขนแข็งไม่ยอมจับ แต่ถ้าให้จับของเล่นจะจับ เวลาเราดุ แกจะจ้องหน้าและส่งเสียงดุตอบ เด็กวัยนี้ เราสามารถสอนและดุเด็กได้แค่ไหน จึงจะไม่เกิดปัญหาสุขภาพจิตครับ
พ่อน้องแพร-ถาม

ตอบ : หมอดีใจทุกครั้งที่มีจดหมายจากคุณพ่อ เพราะแสดงถึงความรักความเอาใจใส่อย่างแท้จริง และก็เห็นใจที่เรื่องของเด็กนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก หากเราคิดตามมุมที่เราเป็นผู้ใหญ่ เด็กนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย และเปลี่ยนเรื่อยๆ บางช่วงเร็วบางช่วงช้า ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนไหว การพูด การเล่น ความรู้สึกนึกคิด ความเข้าใจ ฯลฯ ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด คือ พยายามมอง สังเกต และเข้าใจเขาขณะนั้นๆ เพราะเด็กๆ จะพยายามสื่อกับเราเสมอ ขอให้เรารับรู้และตอบสนอง

บ่อยครั้งทีเดียวที่เขาจะไม่ทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่มองเห็นว่าควรทำได้ เช่นการที่เขาไม่ยอมจับขวดนมเองทั้งๆ ที่เขาจับของเล่นได้ เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จะแปลกใจเสมอๆ สมองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ความคิดความเข้าใจและความรู้สึกละเอียดอ่อนกว่ามากขึ้นไปอีก ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมที่เด็กรู้สึกปลอดภัยอบอุ่น เอื้อให้เกิดความรักความเชื่อมั่นและขึ้นกับตัวของเขาที่มีความชอบ ความสนใจ อยากเรียนรู้อะไรในช่วงนั้นเป็นหลักด้วย เป็นต้น

การจับของเล่นต่างกับการจับขวดนม เช่น ของเล่นเด็กสามารถจับมาดูมาหมุนมีการเคลื่อนไหว สีสัน มีความนุ่มความแข็ง รูปร่างแปลกๆ บางอันมีเสียง ทำให้เขาตื่นตาตื่นใจสนใจ เมื่อเด็กรู้แล้วชินแล้ว เขาก็จะสนใจอย่างอื่นต่อไป นี้เป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้ สำหรับขวดนมนั้นเด็กกินอยู่ทุกมื้อทุกวัน เคยชินกับการที่เราจับให้ ขวดนมหนักด้วยเมื่อมีนมเยอะ การที่เขายังไม่ยอมจับก็ไม่เป็นไร

การหัดเด็กจะค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งเขารู้สึกถูกบังคับก็จะยิ่งฝืนไว้ ซึ่งขึ้นกับเด็กแต่ละคนด้วย คุณจะต้องเรียนรู้นิสัยของลูก ลูกเพิ่งอายุ 9 เดือน เขาเป็นเด็กซนรื้อของไม่อยู่นิ่ง เขาอาจไม่ชอบจับขวดนม ในระยะนี้คุณควรค่อยๆ ทำ เขายังไม่จับก็ไม่เป็นไร วันหนึ่งข้างหน้าก็จะทำได้ ช่วงนี้เด็กนั่งได้แล้ว ควรให้เริ่มหัดดื่มน้ำทีละน้อยจะได้ห่างจากการดูดนมและในที่สุดเขาจะดื่มนมจากถ้วยจากแก้วได้

การหัดทุกอย่างอย่าบังคับเกินไป เราหัดเขาไปเรื่อยๆ ตามโอกาส ได้บ้างไม่ได้บ้างในช่วงแรกๆ เพราะเขายังไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง กว่าจะทำได้ก็ต้องโตกว่านี้ เช่น ใกล้ขวบหรือ 1 ขวบไปแล้ว ระยะนี้ควรให้เขากินข้าว 2-3 มื้อได้และจัดเป็นเวลาให้นั่งกิน แต่เด็กจะไม่นั่งเฉย หยิบโน้นฉวยนี้เลอะเทอะ เขาจะใช้มือก่อน แต่ก็ต้องให้ทำ เพื่อเป็นการหัดใช้มือและปากให้ประสานกัน ทำเช่นนี้ไปเรื่อย

การหัดลูกต้องใช้ความอดทน ยอมจนกว่าเด็กจะทำเองได้ โดยมาก 1 ขวบครึ่ง ไม่เกิน 2 ปี เด็กก็จะกินเองได้ แต่ถึงกระนั้น เขาก็จะยังทำไม่ทันใจผู้ใหญ่ จึงโปรดอย่าเอาใจ หรือเราความต้องการเราเป็นหลัก แม้ช้าก็ต้องรอได้ ยกเว้นหากเขาเริ่มเล่น ไม่สนใจกินแล้ว จึงเลิก

เด็กจะรับรู้อารมณ์ผู้ใหญ่ได้ตั้งแต่เล็กๆ สำเนียงเสียงของเราที่ดุก็ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พอใจก็ดี เศร้าเป็นทุกข์ก็ดี ฯลฯ เด็กรับรู้ได้จากสีหน้าท่าทางน้ำเสียง และข้อสำคัญรับอารมณ์เราไปด้วย ฉะนั้นเขาจึงบอกว่าถ้าอยากให้ลูกเป็นสุข อารมณ์ดีจะต้องยิ้มแย้มแจ่มใสกับลูก

ถ้าจะควบคุมก็ใช้การจัดสิ่งแวดล้อมให้ดี จะได้ไม่ต้องดุต้องห้ามมากและถ้าลูกซนก็ต้องระวังอุบัติเหตุ คอยควบคุมดูแลใกล้ๆ ลูกคุณคงเป็นเด็กไวในการอยากรู้อยากเห็นอยากเรียนรู้ จึงไม่อยู่นิ่ง เล่นของเล่นได้และเลียนแบบได้ไว เรื่องทำหน้าดุและส่งเสียงดุตอบนั้นอย่าว่าแต่เลียนแบบผู้ใหญ่เลยค่ะ เด็กเขาทำของเขาเองก็ได้แล้ว

หมอเคยพบเด็กอายุตั้งแต่ 7-8 เดือน ที่เขาทำเสียงขู่เราทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ทำอะไร พอเราทำท่าแปลกใจ และพูดกับเขาดีๆ เขาก็ยิ้มโผเข้าหา เด็กวัย 9-10 เดือนเป็นต้นไปจนถึงขวบที่ 2 ก่อนที่จะพูดได้คล่อง เขาจะแสดงความโกรธร้องไห้เมื่อถูกขัดใจ เมื่อไม่ถูกใจ หรือถูกห้าม และพอเข้าขวบที่ 2 ก็เริ่มร้องดิ้นอาละวาด ซึ่งเป็นลักษณะปกติของเด็กวัยนี้ เวลาคับข้องใจเมื่อเราจัดการอย่างถูกต้อง โดยไม่ไปดุมาก ไม่ไปตีหรือคาดหวังมากเกินไป เขาก็จะค่อยๆ ผ่านวัยนี้ไป จนเมื่อใช้คำพูดสื่อสารได้ดีอาการเหล่านี้ก็จะหายไปค่ะ

โดยมากเมื่อพ้นวัย 3 ขวบ คุณพ่อจึงจะสอนลูกได้เสมอและดุลูกได้ให้เหมาะสมเป็นเรื่องจริงๆ ไม่ไปจู้จี้จุกจิก เอาเรื่องกับเขาไปหมด หรือพร่ำสอนเกินไป มีเด็กอายุ 4 ขวบคนหนึ่งพอพ่อเริ่มสอน เขาก็บอกว่า "หนูรู้แล้วๆ ว่าพ่อจะพูดอะไร" บ่อยครั้งไปค่ะที่ผู้ใหญ่พูดซ้ำๆ ในเหตุการณ์เดียวกัน

ฉะนั้นการพูดสอนเด็กจึงต้องร่วมกับการกระทำด้วยเสมอเช่น ห้ามไม่ให้เขาปีนเก้าอี้ เราก็บอกว่า "ปีนเก้าอี้ไม่ได้ ตกลงมาจะเจ็บ" แล้วก็อุ้มเขาลงหรือเอาเก้าอี้ออกไป และมีโอกาสก็พาเขาไปเล่นที่สนาม ปีนป่ายอุปกรณ์การเล่น เป็นต้น คือเมื่อบอกห้ามแล้วก็จัดการโดยดีและหาทางที่เหมาะสมให้ทำ

หมอเลยเขียนเสียยืดยาว หวังว่าคุณพ่อคงพอจับใจความได้นะคะ จุดประสงค์คือไม่อยากให้คุณพ่อร้อนใจกังวลกับการไม่ทำของเด็ก เราจะดูเป็นเรื่องๆ ไป (แม้จะดูเป็นเรื่องเดียวกันในสายตาผู้ใหญ่ เช่น เรื่องจับสิ่งของ) และให้โอกาสเขา ค่อยๆ หัดไป เด็กบางคนข้ามขั้นไม่ชอบจับขวดนมแต่ทำอย่างอื่นได้สารพัด ฉะนั้นไม่ต้องร้อนใจค่ะ เพราะเราจะให้เขาเลิกขวดนมแล้วในเวลาไม่นานนี้ ที่เขาจะดื่มจากถ้วยได้ในขวบที่ 2 ซึ่งเป็นวัยที่เด็กจะทำได้และควรให้เลิกดูดนมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรให้ดูดเกิน 2 ขวบค่ะ


ศ.เกียรติคุณ พ.ญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ

บทความแนะนำ

คลิปน้องหมาแสนรู้ช่วยคุณแม่เลี้ยงน้อง
แม่แท้งอยากมีลูก! ปลอมตัวเป็นพยาบาลไปขโมยเด็กมาจาก รพ.
คลอดลูกเท่ากับความสุข
ลูกผิวสวย เริ่มจากตั้งครรภ์

Facebook Comment