เล่านิทาน อ่านหนังสือ เรื่องสำคัญที่ลูกห้ามพลาด

การเล่านิทาน อ่านหนังสือให้ลูกฟังมีประโยชน์มากมาย ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กวัยขวบปีแรก เพราะนอกจากจะเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านแล้ว ขณะที่พ่อแม่เล่านิทานหรืออ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการหลายๆ ด้านของลูกด้วย


นิทาน, การเล่านิทาน, พัฒนาการ, ส่งเสริมพัฒนาการ, เด็กขวบปีแรก, การอ่านหนังสือ, หนังสือนิทาน, พัฒนาการทางสติปัญญา, พัฒนาการด้านภาษา, พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก, พัฒนาการทางอารมณ์, พัฒนาการทางสังคม, หนังสือผ้า, หนังสือลอยน้ำ, หุ่นนิ้ว, ตุ๊กตาผ้า, หนังสือสำหรับเด็กวัย 0-1 ปี



การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกวัยขวบปีแรกฟัง จะช่วยการกระตุ้นพัฒนาการถึง 3 ด้านของลูก

พัฒนาการด้านภาษา - ลูกจะได้ฝึกการได้ยิน ได้รู้จักภาษาและเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ จากหนังสือ

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก - เด็กๆ จะได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการใช้นิ้วมือ หยิบ จับ สัมผัส และขีดเขียน เป็นการทำงานประสานกันระหว่างสายตาและมือ (Eye-Hand coordination) ซึ่งกระตุ้นการทำงานของสมองโดยตรง เป็นการช่วยพัฒนาสติปัญญาให้กับเด็ก

ดังนั้นขณะที่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ควรจับมือลูกชี้ไปตามรูปภาพ ตัวอักษร เพื่อเชื่อมโยงเสียงและภาพเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจภาษาได้ดีขึ้น หรือการเลือกหนังสือที่ทำมาจากวัสดุที่หลากหลายให้ลูกได้ใช้มือหรือนิ้วมือสัมผัส ก็เป็นการช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสให้กับลูกได้โดยตรง

พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม

ขณะอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง การได้โอบกอดลูก ได้นั่งตัก การใกล้ชิด สัมผัสและเกิดการปฏิสัมพันธ์กัน จะทำให้พ่อแม่ลูกเกิดความผูกพันและไว้ใจกันและกัน ลูกก็จะมีอารมณ์ที่มั่นคง และยิ่งถ้าเล่านิทานอย่างสนุกสนาน เด็กๆ ก็จะยิ่งมีความสุข อารมณ์ดี การเรียนรู้และการจดจำก็จะพัฒนาดีตามไปด้วย

หนังสือสำหรับลูกวัยขวบปีแรก

* ควรเลือกวัสดุทนทานและปลอดภัย เพราะลูกจะชอบฉีก กัด ดึง ขยำ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว ถ้าเผลอก็จะเอาหนังสือเข้าปากแน่ๆ ทางที่ดีจึงควรเลือกนิทานเล่มใหญ่ๆ ที่มีหน้ากระดาษหนา ยากต่อการฉีกขาด แต่ง่ายต่อการพลิกเปิดอ่าน

* อาจเลือกเป็นหนังสือผ้าหรือหนังสือลอยน้ำ ก็จะช่วยให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับวัสดุที่หลากหลายมากขึ้น และมีรูปแบบที่ไม่จำเจ

* ภาพควรมีขนาดใหญ่ ตัวอักษรไม่มากเกินไป

* เลือกเรื่องที่สอนคุณธรรม เช่น ช่วยเหลือพ่อแม่ ไม่โกหก หรือนิทานที่สอนเรื่องชีวิตประจำวัน เช่น อาบน้ำ กินนม แปรงฟัน ก็จะทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุก และเวลาที่ต้องทำจริงๆ ในชีวิตประจำวันก็จะเข้าใจง่ายขึ้น เพราะเคยฟังมาจากนิทานแล้ว

เริ่มอ่านหนังสือเมื่อไรดี

ตั้งแต่ลูกลืมตาดูโลก ก็เล่านิทานให้ฟังได้เลย เพราะการได้ยินเริ่มพัฒนาแล้ว แม้ลูกจะยังไม่เข้าใจความหมาย แต่เป็นการทำกิจกรรมที่จะสร้างความคุ้นเคยให้ เช่น คุ้นเคยกับเสียงของแม่ หรือที่แม่อ่านหนังสือให้ฟัง ซึ่งถ้าไม่เคยปูพื้นฐานเรื่องการเล่านิทาน อ่านหนังสือให้ลูกเลย มาเริ่มทำตอนอายุ 1 ขวบ อาจจะต้องใช้การโน้มน้าวอยู่นาน หรืออาจล้มเหลว เพราะลูกไม่ชินกับกิจกรรมนี้

แต่ถ้าจะเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกในวัยที่เข้าใจภาษาฟังบ้างแล้ว ต้องเป็นตอนอายุ 6 เดือน เป็นช่วงที่ร่างกายพร้อมที่จะพัฒนา เริ่มนั่งเองได้ รู้จักชื่อตัวเอง ถึงจะยังพูดไม่ได้เป็นคำที่มีความหมาย แต่เริ่มส่งเสียงโต้ตอบกับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าพูดให้ลูกฟังก็เป็นการเพิ่มข้อมูลคำศัพท์ และลูกก็จะเริ่มฟังและสนใจจะฝึกพูดแล้ว


เล่านิทานตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องดีมั้ย?

มีการศึกษาพบว่าช่วงที่ทารกอยู่ในมดลูกของคุณแม่ ทารกจะได้ยินเสียงภายนอกที่ดังผ่านน้ำคร่ำในมดลูกเข้ามา ที่เป็นเสียงโทนต่ำ และไม่เข้าใจความหมายของเสียงที่ได้ยิน แต่ไม่ใช่ว่าการเล่านิทานให้ลูกฟังจะไม่มีประโยชน์ เพราะเมื่อลูกได้ฟังเสียงก็เป็นการกระตุ้นพัฒนาการของสมองด้วยเช่นกัน ซึ่งย่อมดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการกระตุ้นแน่นอน

อ่านหนังสืออย่างไร ลูกได้ประโยชน์มากสุด


* ควรเปล่งเสียงพูดให้ชัดถ้อย ชัดคำ

* เมื่อลูกอายุ 5 เดือนขึ้นไป ควรใช้ภาษาให้ถูกต้อง ลูกจะได้ฝึกฟังและฝึกพูด หากลูกพูดผิดก็ควรแก้ไขให้ถูกต้อง


* น้ำเสียงเร้าใจ อ่านในจังหวะที่สนุกสนาน ใช้เรียกความสนใจลูก อาจทำเสียงประกอบเรื่องเพื่อเพิ่มความสนุก เช่น เสียงสัตว์ เสียงสมพัด ฯลฯ

* ทำท่าทางประกอบการเล่าเรื่อง เพิ่มความสนุก และยังช่วยให้ลูกได้ขยับร่างกายตามไปด้วย

* มีอุปกรณ์เสริม ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ เช่น ตุ๊กตาหุ่นนิ้ว ตุ๊กตาผ้า หรือสิ่งของต่างๆ ที่ตรงกับเนื้อเรื่อง และช่วยให้ลูกได้สัมผัสพื้นผิววัสดุที่หลากหลายด้วย

* เล่าประกอบดนตรี อาจเปิดเพลงในจังหวะช้าๆ คลอเบาๆ ไปด้วย ช่วยให้ลูกมีอารมณ์ดี

* ได้ใกล้ชิด ผูกพัน การได้สบตา พูดคุย โอบกอดลูกตอนเล่านิทาน จะเป็นสื่อกลางของความรัก มีปฏิสัมพันธ์กันเกิดขึ้น เมื่ออารมณ์มั่นคง การเรียนรู้ก็จะพัฒนาดีตามไปด้วย

* เล่านิทาน 10 นาที เวลาคุณภาพ ช่วงก่อนนอนหรือหลังกินนม ก็พอแล้ว ไม่ควรยัดเยียดการเล่านิทานให้ลูกฟังมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกต่อต้าน จนนิทานกลายเป็นเรื่องที่ไม่สนุกไปเลย



เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรมในเด็ก

บทความแนะนำ

โรคตาแดงระบาด ต้องระวัง !
แบบนี้ก็มีด้วยเป็นฝาแฝดแต่คนละพ่อ ตรวจดีเอ็นเอถึงได้รู้ความจริง
15 เรื่องที่แม่มือใหม่ต้องรู้
น้องอันดา-กุลทีรา ซุปตาร์ ตัวน้อย จาก พรพรหมอลเวง

Facebook Comment