ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ช่วยพัฒนาสมองลูกแรกเกิด

พัฒนาสมองลูกวัยแรกเกิด ผ่านกิจกรรมที่ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือการได้ยิน การมองเห็น การลิ้มรส การได้กลิ่น และการสัมผัสเคลื่อนไหว

ประสาทสัมผัสทั้ง 5 พัฒนาสมอง

Sensory คือระบบประสาทความรู้สึกของมนุษย์ ที่พัฒนาได้จากการรับรู้สิ่งเร้าภายนอก เช่น การหยิบจับสิ่งของที่มีพื้นผิวต่างกัน หรือการดมกลิ่นต่างๆ ฯลฯ พฤติกรรมของเด็กๆ เหล่านี้จะทำให้สมองมีความคิดความจำ เซลล์ประสาทและใยประสาทจะเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง สมองจึงพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น

สิ่งที่สำคัญและควรได้รับการพัฒนามากในอันดับต้นๆ ของเด็ก คงหนีไม่พ้นอวัยวะหลักอย่างสมองแน่ๆ เนื่องจากสมองเปรียบเหมือนเครื่องประมวลความคิด มีการเรียนรู้และสะสมความรู้ที่เติบโตพร้อมร่างกาย เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะได้มีกระบวนการคิดแก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ และสติปัญญาเพื่ออยู่รอดในสังคม

การพัฒนาสมองไม่จำเป็นจะต้องเริ่มเมื่อ ถึงวัยเรียนเสมอไป พ่อแม่ควรเริ่มตั้งแต่วัยเบบี้ต่อเนื่องขึ้นไปด้วยวิธีการอันแสนแยบยล โดยมีกุญแจสำคัญ 2 ดอก คือ 1. พัฒนาลูกด้วยความสนุก และ 2. พัฒนาให้ถูกประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การได้ยิน การมองเห็น การลิ้มรส การได้กลิ่น และการสัมผัสเคลื่อนไหว

การได้ยิน


เสียงที่สามารถพัฒนาศักยภาพการได้ยินของลูกเป็นเสียงดนตรีที่มีท่วงทำนองไพเราะ บรรเลงอย่างมีจังหวะจะโคน ของเล่นที่มีเสียงชวนสนใจ หรือแม้แต่เสียงสูงๆ ต่ำๆของพ่อและแม่ ก็ชวนให้เขาหันมาฟังได้

การมองเห็น

เด็กในวัยแรกเกิดจะสะดุดตากับสิ่งของที่มีสีสันตัดกันมากๆ อย่างเช่น โมบายสีขาว-ดำ เหลือง-แดง เขียว-ฟ้า เป็นต้น เราควรผูกโมบายไว้ให้เด็กดูเล่นเพราะมีประโยชน์ในการฝึกกล้ามเนื้อตา จากที่เคยมองเห็นในระยะ 2 ฟุต ก็จะมองเห็นในระยะไกลขึ้นตามลำดับ

การลิ้มรส


รสแรกที่ได้รับคือนมแม่ ส่วนการลิ้มรสอีกแบบที่ลูกอยากสัมผัสเองได้แก่การชอบเอาของเข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นนิ้วมือหรือของเล่น เพราะอยากจะสำรวจของต่างๆ ด้วยปากอย่างมีความสุข

การได้กลิ่น

กลิ่นที่เด็กคุ้นเคยและไว้ใจคือกลิ่นแม่พ่อ และกลิ่นที่บ้าน คนในบ้านจึงไม่ควรใส่น้ำหอมหรือเปลี่ยนแป้งบ่อยๆ เพราะนอกจากยากต่อการที่ลูกจะจำแล้ว ยังทำให้ลูกขาดความไว้ใจอีกด้วย

การสัมผัสและเคลื่อนไหว

แม้จะยังเล็กแต่เด็กก็สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังนอนอยู่บนที่นอนหรือว่าอ้อมอกแม่ เนื่องจากการสัมผัสก่อให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะในสถานะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น คลานบนเบาะกับคลานบนพื้นไม้ เด็กจะเรียนรู้และปรับตัวด้วยวิธีคลานที่แตกต่างกัน ดังนั้นพ่อแม่ควรจัดหาสิ่งของที่มีทำจากวัสดุหลากหลายมาให้ลูกเรียนรู้ เช่น เลือกของเล่นที่ทำจากไม้ ผ้า หรือพลาสติกบ้าง อย่าเลือกชนิดใดชนิดหนึ่งให้เพียงอย่างเดียว




บทความแนะนำ

โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ
น้องคาร์เมน เด็กน้อยอุ้มบุญ ได้กลับบ้านแล้ว
Q & A ลูกมีเหงื่อเยอะแม้อากาศเย็น
10 เมนูต้มจืดเพื่อสุขภาพ

Facebook Comment