เป็นโรค HPV (หูดหงอนไก่) ต้องผ่าคลอดจริงไหม?

มาทำความรู้จักกับโรคหูดหงอนไก่กันค่ะ!!

โรคหูดหงอนไก่ (genital wart, condyloma acuminata) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยโรคหนึ่ง ลักษณะเป็นหูดที่เกิดที่อวัยวะเพศ รวมทั้งที่ทวารหนัก สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อเรียกว่า human papilloma virus โดยทั่วไปมักพบเป็นติ่งเนื้อสีชมพูรวมกันเป็นก้อนคล้ายหงอนไก่ ตำแหน่งที่พบบริเวณแคมช่องคลอดและปากมดลูกของเพศหญิง ปกติโรคหูดหงอนไก่จะไม่มีอาการอะไร เว้นเสียแต่อาจมีการฉีกขาดเลือดออก หรือติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม จึงทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองได้ บางครั้งถ้าอยู่ในช่องคลอดลึกอาจจะมองไม่เห็นแต่ มีอาจมีอาการตกขาวได้ ถ้าอยู่แถวปากช่องคลอด ก็จะเห็นได้ง่าย จำนวนและขนาดของหูดจะใหญ่ขึ้นในขณะตั้งครรภ์คะ ประมาณร้อยละ 43 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว อายุระหว่าง 14-59 ปี จะติดเชื้อนี้อยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไร 

ระยะฟักตัวของเชื้อไวรัส HPV นาน 1–6 เดือน


ถ้าหากมีหูดหงอนไก่อยู่แล้วตั้งครรภ์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

โดยทั่วไปเมื่อตั้งครรภ์ ตัวหูดหงอนไก่อาจจะเพิ่มขนาดโตขึ้นได้ โดยที่ไม่มีใครทราบว่าเป็นเพราะอะไร บางคนก็บอกว่าอาจจะเป็นเพราะกระบวนการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการตั้งครรภ์ อาจจะทำให้คนท้องอยู่ในสภาพเสมือนภูมิคุ้มกันต่ำหรือเปล่า แต่ก็เป็นแค่สมมติฐานเท่านั้น

ถ้าหากคุณแม่บางคนที่มีอาการรุนแรง เกิดหูดหงอนไก่มากๆ จนเต็มอวัยวะเพศและช่องคลอด ก็อาจจะทำให้เกิดอุปสรรค์ หากต้องการคลอดทางช่องคลอด เพราะจะทำให้การตัดฝีเย็บทำได้ยากขึ้น

การรักษาหูดหงอนไก่ โดยทั่วไปเบื้องต้นนั้นจะเป็นการจี้ด้วยสารต่างๆ แต่ขณะตั้งครรภ์อาจจะมีข้อจำกัดในการรักษา เนื่องจากมียาบางตัวไม่สามารถใช้ได้ในคนท้อง เนื่องจากมีอันตรายกับทารก และการตอบสนองต่อยาอาจจะไม่ดี การรักษาในคนท้องจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอาการให้น้อยลงเท่านั้น



ลูกจะติดเชื้อไปด้วยหรือเปล่า?

ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่าการติดเชื้อหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศนั้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคติดเชื้อ papillomavirus ที่กล่องเสียงของเด็กทารก หรือที่เรียกว่า Juvenile-onset recurrent respiratory papillomatosis ซึ่งโดยทั่วไปพบได้น้อยมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกมีอาการเสียงแหบและหายใจเหนื่อยตามมาได้ (respiratory distress)

ในเวลาต่อมาได้มีการายงานว่า อัตราการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกนั้นเกิดได้น้อยมากๆ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้นะคะ (แต่ไม่ใช่ติดแน่ๆ) โดยประมาณ 7 รายต่อหญิงตั้งครรภ์ที่มีการติดเชื้อนี้ 1000 ราย โดยผลการศึกษาในระยะต่อๆมาและการศึกษาถึงผลกระทบในระยะยาว พบว่าความเสี่ยงจริงๆ แล้วต่ำกว่านี้อีกมาก 

ความเสี่ยงของการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกไม่ได้สัมพันธ์กับช่องทางคลอด 

ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าการผ่าตัดคลอดจะมีประโยชน์ช่วยลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ ในปัจจุบันจึงยังไม่มีคำแนะนำว่าให้ผ่าคลอดด้วยเหตุผลนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่ก้อนหูดหงอนไก่มีขนาดใหญ่มากจนเกือบเต็มพื้นที่หรือตำแหน่งสำคัญ ที่อาจกีดขวางการคลอด หรือหากดำเนินการคลอดแล้วอาจจะทำให้ตำแหน่งที่เป็นก้อนต้องฉีดขาดหรือบาดเจ็บ อาจจะทำให้มีเลือดออกตรงรอยโรคได้มาก กรณีนี้ก็อาจจะอนุโลมให้เป็นข้อบ่งชี้ที่จะผ่าคลอดได้

แพทย์จะตรวจหาหูดได้ที่ไหนบ้าง (สำหรับผู้หญิง) 
- ผิวหนังแถวอวัยวะเพศ
- แคมใหญ่ แคมเล็ก
- ช่องคลอด
- ทวารหนัก

การป้องกันการติดเชื้อโรคหูดหงอนไก่
- หญิงหรือชายวัยเจริญพันธุ์สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคหูดโดยงดการมีเพศสัมพันธุ์เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด แต่น้อยคนที่ทำได้
- ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ เพราะนั้นย่อมหมายถึงคุณก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น
- หากผู้ที่มีหูดควรจัดการรักษาให้หายเรียบร้อยก่อนจึงจะมีเพศสัมพันธุ์
- ให้สวมถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธุ์ที่ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัย
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรค HPV 


ขอบคุณความรู้ดีๆจากคุณหมอเมษ์ เพจใกล้มิตรชิดหมอ : www.facebook.com/Drnextdoor/



 

บทความแนะนำ

31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก หยุดบุหรี่ หยุดโรคร้ายทำลายครอบครัว
รวมสารพัดโปรโมชั่นร้านอาหารคุณแม่กินฟรี สิงหาคมนี้
นักวิจัยเผยความลับ!! แอลฟา-แล็คตัลบูมิน กับการทำงานเพื่อสมองลูกน้อย
เด็กอ้วนเป็นหนุ่ม-สาวก่อนวัย

Facebook Comment