Q & A แม่ท้องเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ลูกจะเป็นด้วยมั้ย

การปฏิบัติตัวของแม่ท้องเมื่อรู้ตัวว่าเป็นพาหะทาลัสซีเมีย กังวลว่าลูกจะเป็นด้วย


ทาลัสซีเมีย, ธาลัสซีเมีย, พาหะทาลัสซีเมีย, พาหะธาลัสซีเมีย, วิตามินเสริม, วิตามินเสริมธาตุเหล็ก, แม่ท้อง, แม่ตั้งครรภ์


กังวลเป็นพาหะทาลัสซีเมีย

Q : ตอนนี้ตั้งครรภ์ 7 เดือน ทันทีที่ฝากครรภ์ก็รู้ว่าตัวเองเป็นพาหะทาลัสซีเมีย คุณหมอให้วิตามินเสริมธาตุเหล็กมากิน แต่ก็ยังกังวลใจอยู่เพราะท้องไม่ค่อยโตและน้ำหนักขึ้นน้อย ถ้าคลอดลูกจะตรวจได้ตอนไหนว่าลูกเป็นพาหะของโรคหรือไม่(สามีปกติดีค่ะ) ถ้าลูกเป็นควรทำอย่างไร และตอนท้องดิฉันควรทำตัวอย่างไร กินอะไรเพิ่มหรือเสริมดีคะ กังวลใจมาก

ปวีกรณ์ / บุรีรัมย์

A : ตามที่คุณปวีกรณ์ได้ทราบว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมีย คุณหมอให้วิตามินเสริมธาตุเหล็กมากิน แต่ก็ยังกังวลใจเพราะท้องไม่ค่อยโตและน้ำหนักขึ้นน้อย โดยขณะนี้อายุครรภ์ 7 เดือน การที่คุณแม่รู้สึกว่าท้องไม่ค่อยโต ผมเรียนว่าความรู้สึกนี้ไม่ค่อยแน่นอนครับ ผู้ที่จะรู้ดีที่สุดก็คือสูติแพทย์หรือพยาบาลผู้ที่ตรวจท้องของคุณแม่

ทั้งนี้เพราะว่าการดูจากภายนอกมีโอกาสผิดพลาดมาก เช่น คุณแม่ใส่กระโปรงตัวใหญ่ หลวมๆ ก็จะดูเหมือนท้องใหญ่ผิดปกติ เป็นต้น ดังนั้นถ้าสูติแพทย์ของคุณบอกว่าท้องโตดีไปด้วยกันกับอายุครรภ์ ก็น่าที่จะเชื่อถือได้ว่าลูกเติบโตดี เพราะว่าได้ตรวจท้องของคุณแม่กับมือของตนเอง ย่อมน่าจะเชื่อถือได้มากกว่าคนอื่นที่ได้แต่ดูคุณแม่จากภายนอกเพียงอย่างเดียว


เรื่องน้ำหนักที่ขึ้นน้อยก็ไม่ได้ชี้บ่งเสมอไปว่าลูกเจริญเติบโตไม่ดี ถ้าน้ำหนักขึ้นน้อยแต่ขนาดของมดลูกเติบโตตามอายุครรภ์ก็ไม่เป็นไรครับ ตรงกันข้ามถ้าน้ำหนักตัวขึ้นดี แต่ขนาดมดลูกไม่เติบโตไปตามอายุครรภ์ ส่วนคุณแม่บวมไปหมดทั้งตัว อันนี้กลับแสดงว่าไม่ดีมากกว่ากรณีคุณแม่น้ำหนักขึ้นน้อยแต่ขนาดของมดลูกเติบโตตามอายุครรภ์เสียอีก


ส่วนลูกของคุณแม่มีโอกาสเป็นพาหะของโรคทาลัสซีเมีย แต่ไม่มีโอกาสเป็นโรคทาลัสซีเมียชนิดรุนแรง เพราะว่าลูกจะได้สารพันธุกรรมจากพ่อและแม่อย่างละครึ่งหนึ่ง ส่วนการตรวจลูกเพื่อหาว่าเป็นพาหะทาลัสซีเมียนั้น สามารถตรวจได้หลังจากทารกคลอด โดยการตรวจเลือดจากสายสะดือหลังตัดสายสะดือ หรือหากยังไม่ชัดเจนก็อาจตรวจเลือดลูกเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน เพราะว่าลูกยังมีโอกาสเป็นพาหะโรคทาลัสซีเมีย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการ คุณแม่จึงยังไม่ควรจะกังวลใจขณะนี้


สำหรับการปฏิบัติตัวต่างๆ ตลอดจนการกิน ก็ปฏิบัติตัวเหมือนคุณแม่ตั้งครรภ์ทั่วไปที่ไม่ได้เป็นโรคธาลัสซีเมีย และเนื่องจากรายละเอียดของเรื่องการปฏิบัติตัวนี้มีมาก ดังนั้นจึงขอให้ปรึกษาสูติแพทย์ของคุณ หรืออาจต้องหาอ่านตามตำราที่หาได้ตามร้านหนังสือทั่วไปได้ครับ

นพ.เอกชัย โควาวิสารัช

สูติแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี

บทความแนะนำ

วิธีปฏิบัติลดปัญหาการกินของเด็กวัย 1-3 ปี
เมื่อน้ำนมแม่...เป็นสีชมพู
มาทำทงคัตสึชีสกันเถอะ
ทาเลนต์ลูก พ่อแม่สร้างได้

Facebook Comment