การตั้งครรภ์ระวังกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เมื่อไม่นานมานี้เราได้ยินเกี่ยวข่าวนักแสดงท่านหนึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงขณะตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่หลายคนคงสงสัยและกังวลกันอยู่ไม่น้อย ว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และตนเองจะมีโอกาสเสี่ยงมั้ย คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว

แม่ท้องระวังกล้ามเนื้ออ่อนแรง













กล้ามเนื้ออ่อนแรงคือ
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia gravis เป็นโรคที่มักเกิดกับกล้ามเนื้อเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า โดยมีการทำงานสื่อสารกันระหว่างเส้นประสาท และกล้ามเนื้อลายผิดปกติ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง จนเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ตาตก แขนขาอ่อนแรงยกไม่ขึ้น และถ้าอาการรุนแรงมากก็อาจส่งผลต่อการหายใจและทรวงอกได้ ซึ่งอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น มักเป็นๆ หายๆ และอาการจะค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ป่วย โดยปัจจัยที่ทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อ เป็นไข้ อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป ความเครียด การออกกำลังกายหรือออกแรงมากเกินไป มีโรคเกี่ยวกับไทรอยด์ หรือการตั้งครรภ์

 

กล้ามเนื้ออ่อนแรงกับการตั้งครรภ์
โดยทั่วไปอัตราการเกิดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia gravis นี้ จะมีไม่มากนัก เพราะถ้าหากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราไม่มีความผิดปกติ และญาติพี่น้องไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้ โอกาสที่จะเกิดกับคุณแม่นั้น มีน้อยมาก

ในทางกลับกัน เมื่อใดก็ตามที่แพทย์วินิจฉัยว่าคุณแม่มีความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อนั้นคุณแม่จะต้องระมัดระวังในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ออกกำลังกายหรือทำงานจนหักโหมเกินไป เพราะคุณแม่ที่เป็นโรคนี้มีโอกาสเหนื่อยง่าย หรือเกิดโรคง่ายกว่าคนที่ไม่ไม่ได้ตั้งครรภ์

ขณะที่การรักษาโรคนั้น คุณหมอจะรักษาโดยการให้ยาซึ่งจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อลูก และถึงแม้ว่าโรคนี้จะป้องกันไม่ได้ แต่ถ้าคุณแม่รู้ตัวก่อนตั้งครรภ์ก็ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิด และควรกินยาอยู่ไม่ให้ขาด เพื่อลดความรุนแรงของอาการที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคุณแม่อาจช็อก หมดสติ เพราะหัวใจล้มเหลวก็เป็นได้

 

แม่ป่วย ลูกจะป่วยด้วย?
เนื่องจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia gravis เป็นแอนติบอดี้ที่ไม่ดีในร่างกาย เมื่อคุณแม่ป่วยลูกก็จะได้แอนติบอดี้นี้ แม้ว่าลูกจะไม่ได้เป็นโรคนี้ แต่จะได้รับผลกระทบเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ และระบบหายใจที่อาจมีปัญหาหลังคลอด ซึ่งแพทย์ก็จะเฝ้าระวังและดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ประมาณ 3-4 สัปดาห์ อาการก็จะค่อยๆ หายขาดไปเอง
 

ทราบอย่างนี้แล้ว ก็ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดี กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และไปพบคุณหมอตามนัดทุกครั้งนะคะ

เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ นพ.นพดล สโรบล สูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

บทความแนะนำ

คลิปเรียกน้ำตา! เพลงรักจากพ่อถึงลูกก่อนสิ้นใจ
เคล็ดลับให้ลูกยอมกินผัก
4 วิธีรับมือลูกดื้อ ลูกซน
ทำไงดี ผิวไม่สวยยามท้อง!

Facebook Comment