ทำไมใครๆ ก็กินกระเจี๊ยบเขียว


ช่วงนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงกระเจี๊ยบเขียว บางคนอาจจะชอบ เพราะกรุบๆ กรอบๆ ลวกจิ้มน้ำพริกนี่อร่อยเลย ขณะที่บางคนก็ไม่ชอบ เพราะเมือกเหนียวๆ ที่ดูแหยะๆ หรือรสชาติที่ไม่มีรสชาติอะไรเลย ทำให้เวลากินเข้าไปก็รู้สึกหยึยๆ พอควร
 
กระเจี๊ยบเขียวดี มีหมอรับประกัน

หลังจากที่เพจดังทั้งคุณหมอแมว เพจความรู้สนุกๆจากหมอแมวและ คุณจ่าดาม่า เจ้าของเพจ Drama-Addict โพสเรื่องกระเจี๊ยบเขียวไป คนก็เริ่มให้ความสนใจกระเจี๊ยบเขียวมากขึ้น

 




ซึ่งสรรพคุณนั้นมากมายเหลือเกิน เช่น
 
มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ โปรตีน โฟเลท แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี

มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างกลูตาไทโอน ซึ่งเป็นตัวช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และขจัดสารพิษในร่างกาย ช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เพราะเมือกในกระเจี๊ยบเขียว จะมีสารในกลุ่ม polysaccharide ช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติก) ทั้งยังดูดน้ำเข้ามาในลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

ช่วยลดคอเรสเตอรอล มีงานวิจัยบอกว่า เมือกในกระเจี๊ยบเขียวจะไปจับกับน้ำดีและกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปจากร่างกายทำให้ลดคอเลสเตอรอลได้

เป็นยารักษาโรคกระเพาะ เพราะเมือกในกระเจี๊ยบเขียวทำให้แบคทีเรีย H.Pylori ที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร ไม่สามารถเกาะติดกับกระเพาะอาหารได้

เป็นยาแก้พยาธิตัวจี๊ด จากมูลนิธิหมอชาวบ้านบอกว่า นำผลกระเจี๊ยบเขียวที่ยังอ่อนมาปรุงเป็นอาหาร เช่น ต้มหรือย่างไฟให้สุก จิ้มกับน้ำพริก หรือทำแกงส้ม แกงเลียง กินวันละ 3 เวลาทุกวัน โดยจะกินเท่าไหร่ก็ได้ แต่อย่างน้อยวันละ 4-5 ผล ติดต่อกัน 15 วัน หรือบางคนต้องกินเป็นเดือนจึงจะหาย หรือตำรับที่ 2 ใช้รากกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบเขียว ต้มกิน

แล้วกระเจี๊ยบเขียวดีกับแม่ท้องมั้ย

 

 
อย่างที่บอกว่ากระเจี๊ยบเขียวช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องท้องผูกเบาใจได้เลย กระเจี๊ยบเขียวช่วยได้

กระเจี๊ยบเขียวมีโฟลิกสูง ข้อมูลจากนิตยสารโมเดิร์นมัม ฉบับเดือน กรกฎาคม 2555 บอกว่ากระเจี๊ยบเขียวต้ม ½ ถ้วย มีโฟลิกถึง 135 ไมโครกรัม

เสริมสร้างระบบประสาทของทารกในครรภ์ เมื่อกินกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำ จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ และช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง เนื่องจากมีโฟเลตสูงนั่นเอง

เพราะฉะนั้นคุณแม่ท้องก็กินกระเจี๊ยบเขียวได้จ้า แต่ก็ต้องกินสลับกับอาหารอื่นๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน

 
กระเจี๊ยบเขียว ทำอะไรก็อร่อย 


กระเจี๊ยบเขียวผัดตับ

ส่วนผสม
ตับหมู 200 กรัม
กระเจี๊ยบเขียว 8-9 ฝัก หั่นขวาง
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 หยิบมือ
น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำ
1. เทน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟปานกลาง รอจนน้ำมันร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดจนหอม
2. ใส่ตับลงไปผัดจนเกือบสุก ตามด้วยกระเจี๊ยบเขียว
3. ใส่เครื่องปรุงลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว ผัดต่อจนสุก


กระเจี๊ยบเขียวลวกจิ้มน้ำพริก

วิธีทำ
ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือเล็กน้อย นำกระเจี๊ยบลงไปลวกประมาณ 1 นาที จากนั้นให้รีบตักออกแล้วนำไปน็อคน้ำเย็นจัด (เทคนิคเดียวกับการลวกผักอื่นๆ)

นอกจากนี้เรายังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายอาทิ ยำกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย แกงส้มใส่กระเจี๊ยบเขียว ใส่แกงเลียง หรือจะชุบแป้งทอด ใส่สลัด กินกับส้มตำ หรือย่างกินจิ้มน้ำจิ้มสุกี้ก็อร่อยเด็ดค่ะ

 


 
 
อ้างอิง
Drama-Addict
ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว
www.komchadluek.net/news/detail/178248
มูลนิธิหมอชาวบ้าน

 

บทความแนะนำ

8 ไม้เด็ดของพ่อเจ้าประคุณ
อาหารที่ต้องระวังช่วงตั้งครรภ์
แม่ท้องกินดี ลูกสมองดี
มหาหิงคุ์ แก้ท้องอืด ใช้กับลูกอย่างไรให้ปลอดภัย มหาหิงคุ์กินได้ไหม ?

Facebook Comment