รับมือไมเกรนขณะตั้งครรภ์


 
อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิเปลี่ยน ร้อนขึ้น จนรู้สึกอึดอัด เหล่านี้ทำให้อาการไมเกรนกำเริบขึ้นได้ค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์จะยิ่งเหนื่อยและร้อนง่ายกว่าปกติ
 
ที่เป็นเช่นนี้เพราะสมองมีการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวไวกว่าปกติ ส่งผลต่อการหดรัดตัวของหลอดเลือด หรือทำให้เกิดหลอดเลือดอักเสบ เมื่อมีการหดและขยายตัวของหลอดเลือดแบบไวๆ ก็ทำให้ปวดหัวขึ้นมา หรือมีอาการปวดหัวจี๊ดนั่นเอง
 
เมื่อแม่ท้องเป็นไมเกรน
 
ส่วนใหญ่พบว่าแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นไมเกรนอยู่แล้ว 40-70% จะไม่มีอาการไมเกรนกำเริบ และจะมีอาการดีขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาการจะแย่ลง ที่เป็นเช่นนี้เพราะช่วงตั้งครรภ์มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ดี ทำให้อาการปวดหัวไมเกรนหายไป แต่ก็อาจมีอาการกำเริบในช่วงปลายๆ ของการตั้งครรภ์อีกครั้งได้
 
แม่ตั้งครรภ์ปวดไมเกรน รักษาได้ 2 แบบ

1. ควบคุมปัจจัยที่มากระตุ้นให้อาการกำเริบ โดยให้คุณแม่สังเกตตัวเองว่าเวลามีอาการปวดเกิดจากอะไร อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน โดยใช้วิธีจดบันทึกว่าอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้อาการกำเริบ เมื่อรู้ปัจจัยที่กระตุ้นก็ควรหลีกเลี่ยง เช่น
  • สภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จากอยู่ในที่เย็นมากแล้วออกมาเจออากาศร้อนมาก สถานที่ที่มีเสียงดังมากๆ หรือสถานที่ที่มีแสงกะพริบหรือแสงสว่างมากๆ
  • อาหารที่มีไทโรนีนสูง เช่น เนย สมสด ช็อกโกแลต กล้วยหอม ผงชูรส ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์  
  • นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ภาวะทางอารมณ์ ความเครียด เครียดจากการทำงาน หรือเครียดอยู่ตลอดเวลา
 
ให้พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หรือนั่งสมาธิ ก็ช่วยให้ร่างกาย
ผ่อนคลาย ทำให้อารมณ์มั่นคง ลดภาวะความเครียดลงได้  
 
2. รักษาด้วยการใช้ยา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือรักษาเมื่อเป็นระยะเฉียบพลัน กับรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการ ถ้าเป็นการรักษาในระยะเฉียบพลัน จะใช้ยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพริน หรือพาราเซตามอล แต่การกินยาควรกินเมื่อมีอาการปวดศีรษะเท่านั้น ไม่ควรกินเพื่อป้องกัน เช่น ถ้าคิดว่าไปเจออากาศร้อนแล้วต้องปวดหัว เลยกินยาป้องกันไว้ก่อน อย่างนี้ไม่ควรทำ ถึงแม้ยาจะไม่มีผลต่อทารกในครรภ์ แต่ก็ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์
 
ยาไมเกรนที่ห้ามแม่ตั้งครรภ์กิน
 
ยาที่ห้ามกินเนื่องจากอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ คือกลุ่มยาลดการอักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ เช่น ไอดูโพรเฟ่น ไดโกฟีแนก หรือพอนสแตนด์ ยากลุ่มนี้จะทำให้เกิดการหดขยายของเส้นเลือด ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงกับทารกได้
 
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มยาแก้ปวดไมเกรน ที่ใช้กันประจำคือ คาเฟอร์ก็อท (Carfergot) แม้จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี แต่มีผลต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ ส่งผลต่อการพัฒนาระบบไตของทารก และระบบน้ำคร่ำ ทำให้น้ำคร่ำลดลงด้วย
 
แม้จะมีไมเกรนเป็นโรคประจำตัวอยู่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการตั้งครรภ์ เพียงรู้วิธีการดูแลตัวเอง กินยาตามที่คุณหมอสั่ง ก็สามารถรับมือได้สบายแล้วค่ะ

 

บทความแนะนำ

เซ็กซ์ครั้งนี้เพื่อลูกชาย
10 โรคเด็ก พ่อแม่ควรระวังก่อนถังแตก
The Little House โรงเรียนนานาชาติ
อากาศปีนี้แปรปรวน ระวังเด็กเสี่ยงกับโรคหอบหืดมากขึ้น

Facebook Comment