ข้อควรระวัง! แม่ท้องที่ต้องทำงานออฟฟิศและเดินทางบ่อย

แม้เป็นช่วงตั้งครรภ์คนเป็นแม่ก็ต้องทำงาน เพื่อให้เส้นทางตลอด 9 เดือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ เราจึงนำข้อควรระวังสำหรับแม่ท้องที่ต้องทำงานและเดินทางบ่อยๆ มาฝาก 


การทำงาน&ข้อควรระวังของแม่ท้อง

      คุณแม่ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมี รังสี หรือมีความเสี่ยงต่ออันตราย ที่ตัวเองไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ เพราะในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ การเจริญเติบโตของเจ้าตัวเล็กนั้นมีความสำคัญ

      คุณแม่ที่ต้องยืนทำงานหรือนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลากันนาน ไม่มีผลต่อเจ้าตัวเล็ก นอกจากความเครียดและอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คุณแม่ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เปลี่ยนท่านั่งหรือยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ เพื่อช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้นและลดอาการปวดหลัง แขน และขา

อุปกรณ์ในสำนักงานที่แม่ควรระวังเป็นพิเศษ

      เครื่องถ่ายเอกสาร เพราะตัวเครื่องจะมีรังสีเอกซเรย์แผลออกมาด้วย รวมถึงผงถ่านคาร์บอนที่ฟุ้งกระจายอยู่ในห้อง ถ้าคุณแม่ต้องทำงานอยู่กับเครื่องถ่ายเอกสารติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเป็นอันตรายทั้งตัวคุณแม่เองและลูกได้

      มลพิษในสถานที่ทำงาน การถ่ายเทของอากาศที่ไม่ดีพอ ควันบุหรี่ อาจทำให้คุณแม่มีปัญหาเรื่องของระบบทางเดินหายใจ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเบื่ออาหารได้

      นอกจากนี้คุณแม่ยังควรเลี่ยงการทำงานหนักอย่างหักโหม ให้หาโอกาสพักบ้าง ซึ่งคุณหมอส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้คุณแม่ลาพักงานเมื่ออายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ เพราะในช่วงหลังๆ ของการตั้งครรภ์ ร่างกายในส่วนต่างๆ ของคุณแม่จะต้องทำงานหนักขึ้น กระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆ ก็ต้องทำงานหนักขึ้นด้วย การหยุดพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญมาก

การเดินทาง&ข้อควรระวังสำหรับแม่ท้อง
      การเดินทางด้วยการนั่งรถสาธารณะ คุณแม่อาจมีอาการปวดเมื่อยได้ การบริหารเท้าจะช่วยลดความปวดเมื่อยลงได้

      เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยทุกครั้ง ให้คุณพ่อเป็นคนขับรถให้ เพราะขนาดท้องที่ใหญ่มากขึ้นอาจไปค้ำกับพวงมาลัยหรือถ้าเกิดอุบัติเหตุก็อาจทำให้ท้องไปกระแทกกับพวงมาลัย เมื่อรู้สึกเมื่อยล้าควรหยุดพักบ้าง ลงมาเดินยืดเส้นยืดสาย

      หลีกเลี่ยงการซ้อนมอเตอร์ไซค์ เพราะจะส่งผลกระทบกระเทือนกับลูกในครรภ์ได้ แถมยังต้องระวังอุบัติเหตุและอันตรายต่างๆ รอบทิศทาง และอาจทำให้มดลูกมีการเกร็งตัวบ่อย ๆ

      การเดินทางด้วยรถไฟ เมื่อมีอาการปวดเมื่อย คุณแม่สามารถลุกเดินไปไหนได้ แต่ควรจะหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถไฟในช่วงเทศกาล เนื่องจากมีผู้คนแออัด จะทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว อึดอัด เหน็ดเหนื่อย และมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อได้

      การเดินทางด้วยเครื่องบิน สายการบินส่วนใหญ่มักจะไม่อนุญาตให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์มากกว่า 7 เดือนขึ้นไปโดยสารบนเครื่องบิน ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นและมีใบรับรองแพทย์เท่านั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงของความดันภายในห้องโดยสารอาจมีอันตรายต่อคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในครรภ์ได้ หากคุณแม่โดยสารเครื่องบินในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ก็ควรจะเลือกบริเวณที่นั่งแถวหน้าหรือบริเวณปีกของเครื่องบินที่จะมีการสั่นน้อยที่สุด และห้ามโดยเด็ดขาดสำหรับการนั่งเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กที่ไม่มีการปรับความดันภายในห้องโดยสาร

      การเดินทางไปต่างประเทศ ไม่มีข้อห้าม แต่คุณแม่ควรจัดเตรียมยาไปให้พร้อมเสมอ หากมีอาการเจ็บป่วยจะได้ช่วยตัวเองได้ และคุณแม่ควรระวังเรื่องอาหารการกิน เลือกเอาที่แน่ใจว่าสะอาดปลอดภัยและดื่มน้ำสะอาด (อาจมีบางประเทศที่บังคับให้คุณแม่ฉีดวัคซีนก่อน คุณแม่ต้องดูด้วยว่าเป็นวัคซีนประเภทใด เพราะวัคซีนบางชนิดอาจมีผลต่อคุณแม่และลูกน้อย)

การเดินทาง&ข้อควรระวังสำหรับแม่ท้อง
  • คุณแม่ควรเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ไม่มีลักษณะผจญภัยผาดโผนมากจนเกินไป
  • ควรเตรียมจองที่พักเอาไว้ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
  • ในระหว่างการตั้งครรภ์คุณแม่ไม่ควรใช้เวลาในการท่องเที่ยวยาวนานเกินไป ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเที่ยวใกล้บ้านจะดีที่สุด
  • เมื่อต้องเดินทางเป็นเวลานานโดยใช้รถไฟหรือเครื่องบิน
  • ถ้าคุณแม่เป็นคนหลับยาก ควรจัดเตรียมผ้าปิดตา หมอน หรือเครื่องอุดหูไว้ด้วยเสมอ
  • ควรพกลูกอมที่มีรสหวานหรือบ๊วยติดกระเป๋าไว้เสมอในขณะเดินทาง เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันอาการน้ำตาลในเลือดต่ำแล้ว ยังช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ด้วย
  • ช่วงเดินทางคุณแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่กินแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์เพื่อเพิ่มความอร่อยเพียงอย่างเดียว

บทความแนะนำ

เห็ด ประโยชน์และคุณค่ามากกว่าที่คิด
ผ้าเปียก preservative free ดียังไง? ทำไมคุณแม่หลายๆ คนถึงเลือกใช้?
Time out ไม่ได้ผล ทำอย่างไรดี
Q & A ดูละครส่งผลกับลูกในครรภ์หรือไม่

Facebook Comment