เตรียมตัวเพื่ออนาคตลูกอย่างไรเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ?

พ่อแม่หลายคนเมื่อได้รับข่าวดีว่ากำลังตั้งครรภ์ กำลังจะมีลูก หลายคนที่ไม่ได้ทันตั้งตัว หรือเตรียมพร้อมไว้อาจจะเกิดความรู้สึกหลายอย่างขึ้นพร้อมกัน ทั้งตื่นเต้น ดีใจในตอนแรก ต่อมาคงเริ่มสับสนว่าจะทำอย่างไรต่อไป คงต้องเริ่มวางแผนกันแล้วล่ะค่ะ ว่าจะทำอย่างไรเมื่ออีกหนึ่งชีวิตกำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตเรา


พ่อแม่ต้องวางแผนอย่างไรบ้างเพื่อลูกรัก เรามีคำแนะนำ พร้อมเคล็ดลับง่ายๆ ในการวางแผนอนาคตเพื่อลูกเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ทั้งการฝากครรภ์ การเลี้ยงดู เลือกโรงเรียน จนถึงการฝากเงิน และเก็บออมเพื่อลูกมาฝากกันค่ะ


เคล็ดลับวางแผนเลือกโรงพยาบาล ฝากครรภ์

  • รีบฝากครรภ์ เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ ควรรีบไปฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ ถ้ายังไม่มีคุณหมอในดวงใจที่จะฝากครรภ์ ลองเลือกโรงพยาบาลในรัศมีใกล้ๆ บ้านหรือที่ทำงานซึ่งสะดวกในการเดินทาง เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้เดินทางไปได้ทันท่วงที
  • ความพร้อมของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ บุคลากรในการให้บริการมีเพียงพอไหม ต้องรอคิวนานเกินไปหรือเปล่า
  • โรงพยาบาลประวัติดี โรงพยาบาลไม่มีประวัติหรือปัญหารุนแรงเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
  • เลือกโปรโมชั่นแพ็คเกจคลอด อาจจะลองหาข้อมูล หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ว่ามีโปรโมชั่นแพ็คเกจ ฝากครรภ์ คลอดบุตรที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไหม
  • หาข้อมูลประกันสุขภาพต่างๆ สวัสดิการ หรือประกันสังคม ที่ตัวเองมีว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายแค่ไหน อย่างไร สามารถเบิกได้แค่ไหน
  • เตรียมเงินสำรองออมไว้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพราะนอกจากฝากครรภ์ คลอดบุตรแล้ว ระหว่างตั้งครรภ์ก็ยังจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับตรวจพิเศษ อัลตราซาวด์ หรือตรวจคัดกรองต่างๆ การตรวจพิเศษช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าลูกในครรภ์มีสุขภาพ และร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดีหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น


เคล็ดลับวางแผนการเลี้ยงลูกหลังคลอด

  • วางแผนว่าจะเลี้ยงเอง หรือให้ญาติๆ มาช่วยด้วย บางครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่มีปู่ย่าตายายคอยผลัดกันช่วยเลี้ยง อาจจะเหนื่อยน้อยหน่อย แต่ก็ต้องพูดคุยกันถึงแนวทางการเลี้ยงดูเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกัน
  • พ่อแม่แบ่งหน้าที่กันอย่างไร ถ้าไม่มีญาติๆ ช่วยเลี้ยง ต้องพูดคุยกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่ว่าจะแบ่งเวลาเลี้ยงดูลูกอย่างไร แบ่งงานกันอย่างไรในการเลี้ยงดูลูก และดูแลบ้าน
  • วางแผนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เด็กแรกเกิดควรได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่เป็นหลัก ดังนั้นแม่อาจจะต้องวางแผนว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถึงเมื่อไหร่ กี่เดือน กี่ปี วางแผนการทำสต๊อกน้ำนม ฯลฯ



เคล็ดลับวางแผนการศึกษาของลูก

  • วางแผนเลือกโรงเรียนแต่เนิ่นๆ หลายครอบครัวชะล่าใจว่ากว่าลูกจะเข้าเรียนได้นั้นใช้เวลาอีกหลายปี แต่จริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอย่างมากแค่ 2-3 ปี เท่านั้นที่จะวางแผนการสำหรับโรงเรียนแรกของลูก หลายโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอาจจะต้องจองกันข้ามปี ดังนั้นเราจึงเห็นหลายครอบครัวเริ่มหาโรงเรียนให้ลูกตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ หรือว่าเพิ่งคลอดกันเลย
  • เลือกแนวการเรียนการสอนให้ถูกใจ เพราะปัจจุบันโรงเรียนมีหลากหลายแนว และเมื่อลูกเข้าเรียนเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนแทบจะมากกว่าอยู่บ้าน ดังนั้นพ่อแม่ต้องมีแนวทางชัดเจนว่าจะเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นแบบไหน อย่างไร เพื่อเลือกโรงเรียนให้สอดคล้องกับการเลี้ยงดูที่บ้าน ตัวอย่างแนวทางโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนทางเลือก โรงเรียนสาธิตฯ โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนแนววิถีพุทธ ฯลฯ
  • ประเมินค่าใช้จ่าย ค่าเทอมว่ารับได้แค่ไหน ต้องยอมรับว่าค่าเทอม และค่าใช้จ่ายจุกจิกสารพัดเกี่ยวกับการเรียนเมื่อลูกเข้าโรงเรียนมีเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ดังนั้นนอกจากเลือกโรงเรียนที่ถูกใจใช่เลยให้ลูกแล้ว พ่อแม่ต้องหาข้อมูล และประเมินค่าใช้จ่ายด้วยว่าเกินศักยภาพของพ่อแม่หรือไม่
  • วางแผนการออมเงินเพื่อการศึกษา เพราะการศึกษาของลูกเป็นเหมือนอาวุธที่จะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต ดังนั้นเพื่ออนาคตลูก พ่อแม่จึงต้องวางแผนการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาให้ลูกให้พร้อมที่สุด ถ้าเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงอะไรขึ้นกับพ่อแม่ ลูกก็จะต้องมีหลักประกันให้อุ่นใจว่าจะมีเงินเก็บเพื่อใช้เรียนต่อจนโต หรือจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้



เคล็ดลับวางแผนการเงินเพื่ออนาคตลูก

  • มีเงินสำรองไว้ ถ้าวางแผนจะมีลูก ควรจะต้องมีเงินออมสำหรับการใช้จ่ายในระดับหนึ่งเตรียมไว้
  • ปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อมีลูกแล้วการใช้จ่ายต่างๆ ในครอบครัวอาจจะต้องประหยัด และคิดถึงอนาคตลูกเพิ่มขึ้น ดังนั้นอาจจะต้องตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก่อนที่จะมีลูกไปบ้าง เช่น เครื่องสำอางของแม่ อุปกรณ์ไอทีของพ่อ ฯลฯ
  • เริ่มวางแผนการออมเงินเพื่อลูก เริ่มเปิดบัญชีและเติมเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ควรหักเงินออมในบัญชีทุกเดือนเป็นประจำ และถ้าเปิดบัญชีเป็นบัญชีฝากประจำควรเลือกบัญชีที่สามารถถอนออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ เผื่อจำเป็นต้องใช้ฉุกเฉิน
  • เลือกบัญชีเงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม บัญชีเงินฝากโดยทั่วไปมีเงื่อนไข หรือดอกเบี้ยไม่ต่างกัน แต่ถ้าจะเลือกออมเงิน ควรเลือกบัญชีเงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์มากกว่าแค่การออมเงินเช่น ฝากเงินแล้วมีความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติม โดยไม่ต้องเสียเบี้ยประกันซึ่งอุ่นใจได้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันยังได้รับเงินสมทบเป็นหลักประกันให้ลูก หรือคนที่อยู่ข้างหลังได้



ขอบคุณข้อมูลจาก TMB
https://www.tmbbank.com/tmbsr



(พื้นที่เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์)

บทความแนะนำ

ซึ้ง หนูน้อยยอดกตัญญู ยอมสละชีวิตมอบไตเพื่อแม่
อนุบาลอังสนา รับน้องใหม่ ไม่มีร้อง (ไห้)
​เตือนภัย! เด็กขวบเศษถูกใบมีดกระเด็นใส่ตาบอด
ฤกษ์คลอดบุตร เดือนสิงหาคม 2559

Facebook Comment