ประสาทสัมผัสของลูกเริ่มพัฒนาตั้งแต่ในครรภ์


 
ลูกน้อยในครรภ์สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้จากสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีการพัฒนาประสาทสัมผัสตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งการกระตุ้นเฉพาะที่ ไม่ว่าจะเป็นการลูบและการสัมผัสขณะที่ลูกอยู่ในครรภ์จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวและตอบสนองเมื่อได้สัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาระบบประสาทและกล้ามเนื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่อีกด้วย

รู้จักพัฒนาการระบบประสาทของลูกน้อย

ไตรมาสที่ 1 เริ่มสร้างระบบประสาท

สัปดาห์ที่ 5 เริ่มมีการแยกเนื้อเยื่อเอ็กโตเดิร์นแล้วพัฒนามาเป็นระบบสมองและเส้นประสาท

สัปดาห์ที่ 10  ระบบประสาทไขสันหลังของลูกเริ่มพัฒนา

สัปดาห์ที่  11 เส้นประสาทจะแตกแขนงมาถึงกล้ามเนื้อเล็กๆ จะสังเกตุเห็นได้ว่าทารกจะกำนิ้ว กำมือ หรือ คลายมืดได้

สัปดาห์ที่ 12 ลูกสามารถกรอกตาได้

ไตรมาสที่ 2 ลูกรับสัมผัสได้มากยิ่งขึ้น

สัปดาห์ที่ 14 ลูกน้อยสามารถแสดงออกทางใบหน้าได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยับหน้า ขยับปาก หรือการขมวดคิ้ว ลูกก็เริ่มที่จะทำได้

สัปดาห์ที่ 15 แขนขาของลูกสามารถขยับได้อย่างชัดเจน จนคุณแม่หลายคนรู้สึกได้ และยังมีการตอบสนองต่อแสงเมื่อนำแสงไปจ่อที่หน้าท้อง ลูกน้อยก็จะขยับหนีแสงไฟ

สัปดาห์ที่ 17  ลูกสามารถขยับข้อต่างๆได้แล้ว

สัปดาห์ที่ 19 ลูกน้อยมีการตอบสนองต่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยเฉพาะเสียง ฉะนั้นการที่คุณแม่พูดคุยกับลูกน้อยจะช่วยพัฒนาทักษะการฟังของลูกได้

สัปดาห์ที่ 20-21 ลูกน้อยมีการขยับแขนขาบ่อยขึ้น ซึ่งคุณแม่จะรู้สึกลูกกำลังดิ้นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่มีความรู้สึกนี้ แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกน้อยในครรภ์

ไตรมาสที่ 3 ยิ่งกระตุ้น ลูกน้อยยิ่งตอบสนอง

สัปดาห์ที่ 26 ลูกสามารถแยกเสียงของพ่อแม่ได้แล้ว

สัปดาห์ที่ 27  ลูกเริ่มมีอาการสะอึก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีเพราะการสะอึก เป็นอีกหนึ่งกลไกของระบบประสาทควบคุมเรื่องการกิน

สัปดาห์ที่ 28 ลูกมีการกระพริบตาและมีความไวต่อแสงมากยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองต่อแสงที่มากระตุ้นได้

สัปดาห์ที่ 30 ลูกมีการพัฒนาจอประสาทรับแสงได้ดีขึ้นและต่อมรับรสของลูกสามารถพัฒนาตอบสนองได้ดีขึ้น


ดังนั้นเพื่อพัฒนาระบบประสาทสัมผัสของลูก คุณแม่ต้องดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักและอาหารการกินให้ดี กินให้หลากหลาย เพื่อให้ลูกได้พัฒนาการรับรสต่างๆ และไม่ว่าคุณแม่จะกินอาหารรสชาติอย่างไรก็ย่อมส่งผลต่อการรับรสของลูก ทำให้ลูกเลือกกินอาหารเพราะติดรสชาติ หรือลูกอาจติดหวานถ้าคุณแม่กินหวานมากๆ

นอกจากนี้ให้หมั่นกระตุ้นพัฒนาการของลูก เช่น ลูบ จับ สัมผัสบ่อยๆ พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยเฉพาะเสียงของแม่นั้นใช่จะรับรู้จากสัมผัสภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ลูกยังรับรู้เสียงที่สะท้อนเข้ามาข้างในตัวแม่ด้วย เช่น เสียงเส้นเลือด เสียงเต้นของหัวใจ จังหวะหัวใจของแม่ และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเด็กทารกถึงได้หลับสบายเวลาอยู่บนอกคุณแม่ เพราะเขาคุ้นกับเสียงหัวใจของแม่นั่นเอง
 

 

บทความแนะนำ

โลกเปลี่ยนไป…อะไรคงอยู่
นมที่เหมาะสมสำหรับแม่ตั้งครรภ์
การสัมผัส กระตุ้นพัฒนาการลูกแรกเกิด
"ฟ้าทะลายโจร" อันตรายคนท้องห้ามใช้

Facebook Comment