พัฒนาการตั้งครรภ์เดือนที่ 7 หมุนตัวเตรียมกลับหัว





อวัยวะต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์โดยเฉพาะระบบประสาทเดือนนี้น้ำหนักตัวลูกเพิ่มมากขึ้น และตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ลูกกำลังจะหมุนศีรษะหันลงสู่อุ้งเชิงกราน นับไปนับมาอีก 2 เดือนก็จะได้พบหน้ากันแล้วล่ะ


ทารกในครรภ์

  • ระบบประสาท ระยะนี้ระบบประสาทส่วนกลางของทารกจะพัฒนาไปอย่างมาก สมองมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีรอยหยักในสมองที่บ่งถึงความเฉลียวฉลาด เซลล์สมองและเส้นประสาทเชื่อมต่อกัน และทำงานที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เส้นประสาทมีเยื่อหุ้มที่ทำจากไขมัน ทำให้การส่งผ่านสัญญาณในเส้นประสาททำได้รวดเร็วขึ้น ทารกวัยนี้เตรียมตัวลืมตาออกสู่โลกภายนอกแล้ว ดังนั้นหากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทารกคลอดก่อนครบกำหนด ก็จะมีโอกาสรอดอยู่มาก ถึงแม้ว่าปอดยังทำงานได้ไม่ดีนัก และระบบป้องกันการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
  • ผิวหนัง ไขมันใต้ผิวหนังสะสมมากขึ้น ทำให้ผิวหนังเริ่มเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น และช่วยให้การสูญเสียความร้อนลดน้อยลง ขณะเดียวกันขนอ่อนที่เรียกว่า "ลานูโก" ก็จะเริ่มหายไป และเหลือไว้เพียงบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลังเท่านั้น

  • ตา ตาที่มีเยื่อหุ้มบางๆ ปิดมาตลอด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับตานั้น ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว เพราะจากนี้ทารกจะเริ่มลืมตาได้ สามารถมองเห็นและฝึกฝนการเพ่งมองวัตถุที่สนใจ

  • ระบบทางเดินอาหาร ทารกมีการกลืนน้ำคร่ำ และฝึกการดูดนมด้วยเช่นกัน สำหรับน้ำคร่ำที่ถูกดูดกลืนเข้าไปจะถูกขับถ่ายออกมาเป็นปัสสาวะประมาณ 500 มล.ต่อวัน

  • ปอด ในขณะนี้ปอดมีพัฒนาการไปมาก ถุงลมที่อยู่ในปอดทารก เมื่อมีอากาศเข้าไปก็จะสามารถโป่งอยู่ได้ ไม่ยุบตัวลงมา เนื่องจากมีสารที่ช่วยให้มีความตึงผิวภายในถุงลมซึ่งเรียกว่า "Surfactant"

  • ขนาดของทารก มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวภายในมดลูกไม่เป็นอิสระเหมือนเดือนก่อนๆ ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเป็นการพลิกตัวมากกว่าการหมุนตัว และเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์จะหมุนศีรษะหันลงสู่อุ้งเชิงกราน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการคลอดต่อไปด้วย เมื่อสิ้นสุดเดือนนี้ ทารกจะมีความยาวศีรษะถึงก้นประมาณ 28 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 1,500 กรัม



การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

  • เหนื่อยและเพลียง่าย เดือนนี้เป็นการสิ้นสุดไตรมาสที่สอง และเริ่มต้นไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีความรู้สึกเหนื่อยและเพลียง่าย

  • มีน้ำนมไหล คุณแม่อาจเริ่มสังเกตว่ามีน้ำสีขุ่นๆ ไหลออกมาจากหัวนม น้ำนี้มีความใสกว่าน้ำนม มีรสหวาน เรียกว่า "โคลอสตรัม" (Colostrum) เพื่อให้ทารกได้กินเป็นอาหารในช่วง 3-4 มื้อแรกก่อนที่น้ำนมจริงๆ จากเต้านมจะไหลออกมา นั่นเอง

  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น คุณแม่จะเริ่มมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้นมาอีก หลังจากหายไปเมื่อเลย 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์แล้ว คราวนี้อาการปัสสาวะบ่อยนั้นเกิดจากมดลูกที่โต และทารกที่อยู่ภายในเริ่มมีแรงกดต่อกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดอาการดังกล่าว

  • นอนแล้วอึดอัด ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป คุณแม่จะรู้สึกว่าไม่ว่านอนท่าไหนก็ดูจะไม่สบายไปเสียหมด ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพราะมดลูกที่โต ลองนอนตะแคงและยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาทางหน้าอก และอีกข้างหนึ่งเหยียดตรง ท่านี้อาจจะเป็นท่าที่สบายที่สุดก็ได้

  • ปวดหลัง นอกจากอาการนอนที่ไหนก็ไม่เป็นสุขแล้ว อาการปวดหลังก็จะยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะคุณแม่ที่ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีและน้ำหนักขึ้นมาก ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักขึ้น ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของการตั้งครรภ์ ทำให้ข้อยึดต่างๆ หลวมก็ยิ่งทำให้อาการปวดหลังเป็นมากขึ้น การใส่รองเท้าส้นเตี้ย นั่งตัวตรง นอนที่นอนที่แข็งเพียงพอ และไม่ยกของหนัก จะช่วยให้อาการปวดหลังทุเลาลงได้

บทความแนะนำ

เซ็กซ์ลดอ้วน
ประกาศผลผู้โชคดี Kidcovery club หัวข้อ “สุขสดใสในวันสงกรานต์”
ดุลูกแล้วต้องปลอบหรือไม่
ทำไงดี เมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว

Facebook Comment