เสริมสุขภาพเด็กวัย 1-3 ปี ด้วยผลไม้

ถ้าลูกไม่กินผัก ผลไม้คือทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเด็กวัย 1-3 ปีเป็นอันมาก เพราะผลไม้ดีต่อลำไส้และระบบขับถ่ายในร่างกาย และเป็นแหล่งวิตามินแร่ธาตุ นอกจากนี้ยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยบำรุงสมองและทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี สามารถสั่งงานให้ร่างกายส่วนต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ ป้องกันมะเร็ง

นอกจากนี้ความหวานของผลไม้ยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แบบไม่มีพลังงานเหลือเกินความจำเป็น เพราะเป็นความหวานที่ได้จากน้ำตาลฟลุกโตสซึ่งให้พลังงานน้อย และทำให้เกิดฟันผุได้น้อยกว่าความหวานจากขนมต่างๆ ด้วย

ผลไม้, ผลไม้สำหรับเด็ก, ลูกไม่กินผลไม้, ลูกชอบผลไม้, เมนูผลไม้, กินผลไม้, ผลไม้สุก, อาหารเด็ก, เมนูเด็ก, เมนูอาหารสำหรับเด็ก, โภชนาการเด็ก, การเลี้ยงลูก


วิตามินและแร่ธาตุตัวสำคัญที่มีในผลไม้ เช่น

        • วิตามินซี ช่วยให้เซลล์ของร่างกายมีความยืดหยุ่นดี กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
        • โพแทสเซียม ช่วยการเปลี่ยนแปลงแป้งและน้ำตาล และการส่งสัญญาณประสาท
        • ทองแดง ช่วยการทำงานของเนื้อเยื่อประสาท การส่งผ่านสัญญาณประสาท
        • แมกนีเซียม เสริมพลังให้กระดูกและฟัน



ผลไม้ ผู้ช่วยเพื่อนผัก

ผลไม้เป็นคู่หูที่มาคู่กับผักเสมอ ด้วยเพราะคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกัน แต่ผลไม้ก็มีข้อได้เปรียบตรงที่มีรสชาติหวานชวนกิน สีสันชวนมอง เป็นที่ถูกใจเด็กๆ ผลไม้จึงเป็นตัวสำรองที่โดนใจคุณแม่ ซึ่งกำลังหนักใจกับปัญหาไม่ยอมหม่ำผักของลูกเป็นที่สุดแต่ถึงอย่างนั้นเด็กบางคนก็อาจปฏิเสธผลไม้ได้เหมือนกัน ถ้าไม่ได้รับการปลูกฝังให้กินเป็นนิสัย หรือเริ่มต้นให้กินแบบไม่ถูกต้อง เช่น เปลี่ยนชนิดผลไม้เร็วเกินไปเมื่อเริ่มให้กินผลไม้ใหม่ๆ เลือกผลไม้ที่ไม่ถูกใจลูกเท่าไหร่ ไม่มีแบบอย่างของการกินผลไม้ในบ้าน หรือให้ขนมหวานจนลูกติดใจรสชาติขนมอื่นไปเสียแล้ว เป็นต้น



ฝึกเด็กวัย 1-3 ปีหม่ำผลไม้

        • เริ่มจากให้ทีละชนิด จะได้เรียนรู้รสชาติของผลไม้แต่ละอย่างที่แตกต่าง
        • ให้หม่ำเป็นชิ้น(ขนาดพอคำ) เพราะจะได้เส้นใยจากผลไม้มากกว่าปั่นเป็นน้ำ เริ่มให้หม่ำได้ตั้งแต่ลูกเริ่มมีฟันหรือประมาณ 7-8 เดือนไปแล้ว
        • เริ่มจากชนิดที่มีเนื้อนิ่ม ยุ่ย เคี้ยวง่าย เช่น มะละกอสุก กล้วยสุก มะม่วงสุก เป็นต้น
        • ให้ครั้งละน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น
        • สลับชนิดผลไม้และหน้าตาให้หลากหลาย (ถ้าลูกมีผลไม้โปรดในใจไม่กี่ชนิด วิธีหลังนี่ยิ่งต้องทำ) หรืออาจดัดแปลงเป็นอาหารชนิดอื่นบ้าง เช่น แต่งหน้าไอศครีม หม่ำคู่กับเยลลี่หรือเค้ก พาย นำไปเชื่อม ลอยแก้ว เป็นต้น
        • จัดผลไม้เป็นอาหารว่างเจ้าประจำ (ทุกวัน) ของลูกตั้งแต่เล็กๆ อย่างน้อยวันละ 1 ชนิด



แบบนี้สิครบคุณค่า

        • ไม่ควรซื้อผลไม้เก็บไว้กินเป็นสัปดาห์ แต่ควรซื้อผลไม้สดใหม่ติดบ้านเสมอ
        • ผลไม้ที่สุกจนงอมปริมาณวิตามินจะลดลง เช่นเดียวกับผลไม้ที่ปอกทิ้งไว้นานๆ แต่ถ้าจะหั่นผลไม้เป็นชิ้นเตรียมไว้ในตู้เย็น ควรแยกชนิดเก็บใส่กล่อง เพราะถ้าเก็บรวมกันแก๊สที่เกิดจากการสุกของผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะกล้วย จะไปเร่งให้ผลไม้ชนิดอื่นๆ เน่าเสียได้ง่ายขึ้น
        • ไม่ควรให้ผลไม้ที่เริ่มช้ำหรือเน่าให้ลูกกิน แม้ว่าคุณจะตัดส่วนนั้นทิ้งไปแล้วก็ตาม
        • ผลไม้ที่ผ่านการถนอมอาหารหรือกรรมวิธีการปรุง ปริมาณสารอาหารจะลดลง ดังนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์แบบเต็มๆ ควรกินผลไม้สด
        • น้ำผลไม้สามารถเก็บในตู้เย็นได้นาน 6-8 ชม. แต่ถ้าจะให้ได้คุณค่าอาหารครบ ควรดื่มหลังจากคั้นเสร็จใหม่ๆ ส่วนน้ำผลไม้สำเร็จรูป ควรเลือกที่ฉลากระบุว่าน้ำผลไม้ 100 % ดีกว่าแบบที่ระบุว่าเครื่องดื่มรสผลไม้ ซึ่งมีแต่น้ำผสมน้ำตาล แต่งกลิ่นผลไม้ และสีสังเคราะห์


บทความแนะนำ

5 วิธีเพิ่มเงินในกระเป๋ารับปี 2013
ลูกยังต้องใส่ผ้าอ้อม
เมนูต้มตุ๋น เมนูอาหารเสริมเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป
วัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปีที่พ่อแม่ต้องรู้ ในแบบฉบับหมอเด็กสรุปเอง

Facebook Comment