7 พฤติกรรม ที่พ่อกับแม่ต้องลดลงบ้าง ไม่อย่างนั้นลูกจะเป็นเด็กเก็บกด

การได้เป็นพ่อกับแม่คนนั้น มีทั้งช่วงเวลาที่ยากลำบากและช่วงเวลาแห่งรอยยิ้ม แล้วได้ลองทบทวนบทบาทของการเป็นพ่อแม่กันบ้างไหมคะ ว่าเราเป็นพ่อแม่แบบไหน มีสถานการณ์ไหนที่เราเป็นพ่อแม่ที่ดี และไม่ดีไปบ้างหรือไม่ เรามีพฤติกรรมที่ชวนให้พ่อกับแม่มา "ลด" ลงบ้าง มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1. ลดการบ่น 
เราเข้าข่ายเป็นพ่อแม่ขี้บ่นหรือไม่ ข้อนี้ลูกอาจช่วยเราตอบได้นะคะว่าเราชอบบ่นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จุกจิกจู้จี้ตลอดหรือเปล่า เพราะไม่มีใครหรอกที่ชอบพฤติกรรมอย่างนี้ เราเป็นผู้ใหญ่ยังไม่ชอบเลย แล้วลูกของเราก็ย่อมไม่ชอบด้วยเช่นกันค่ะ

2. ลดการดุด่าว่ากล่าว 
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ประเภทช่างตำหนิไปซะทุกเรื่อง ทั้งยังชอบโมโหหรือโกรธลูกบ่อยๆ  ถ้าใช่จะต้องปรับลดดีกรีลงให้ได้ เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อใครเลย มีแต่จะทำให้ครอบครัวแตกร้าว ใจลูกก็เสีย บรรยากาศก็ไม่น่าอยู่ ยิ่งถ้าขาดสติก็อาจทำให้เกิดความรุนแรงตามมาได้ ทั้งวาจาท่าทางที่อาจส่งผลร้ายแรงในภายหลังตามมาได้ จริงอยู่ว่าบางพฤติกรรมของลูกก็น่าโมโห แต่ลองปรับเปลี่ยนวิธีแทนที่จะดุด่าว่ากล่าว เปลี่ยนมาเป็นชวนพูดคุยแบบเปิดอกกันดีกว่า 

3. ลดอารมณ์ที่ไม่คงที่
ลองสำรวจดูว่าเราเป็นพ่อแม่ที่เวลาอารมณ์ดีก็ดีใจหาย เวลาอารมณ์เสียก็เหวี่ยงสุดฤทธิ์หรือไม่ แล้วอารมณ์เสียบ่อยไหม ประเภทกลับมาบ้านเห็นลูกกำลังเล่นโดยยังไม่ทำการบ้าน ก็อารมณ์เสียใส่ลูกทันที ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ก็น่าสงสารลูก เพราะต้องมาคอยรับอารมณ์ของพ่อหรือแม่ที่พกมาจากนอกบ้าน แล้วนำติดเข้ามาในบ้าน จนลูกๆ เข้าหน้าไม่ติด  หรือเวลาอารมณ์ดี ลูกอยากได้อะไรก็ให้หมดซึ่งบางทีก็ไม่สมเหตุสมผล สร้างความงงงวยให้กับลูกเพราะไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเวลาอยู่กับพ่อแม่  

4. ลดการใช้มือถือ 
งานวิจัยหลายชิ้นที่สะท้อนให้เห็นว่าพ่อแม่ยุคนี้ติดสมาร์ทโฟน ไม่ค่อยได้สนใจลูกเหมือนในอดีต จนบางทีปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุกับลูก อย่าลืมว่าในเมื่อเราก็ไม่อยากให้ลูกมีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนหรือติดเกม พ่อแม่ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย ควรมีกฎกติกาการอยู่ร่วมกันในครอบครัวแบบมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ไม่ใช่อยู่ด้วยกันแต่ต่างคนต่างอยู่กับสมาร์ทโฟนของใครของมัน และเมื่อต่างคนต่างติดสมาร์ทโฟน ก็เสมือนต่างคนต่างอยู่ เวลาเกิดปัญหาอะไรก็ขาดการสื่อสารกันจนกลายมาเป็นปัญหาในภายหลังได้  

5. ลดความคาดหวัง 
ความคาดหวังไม่เป็นผลดีกับใครเลย ยิ่งถ้าพ่อแม่คาดหวังกับลูกก็ประหนึ่งใส่ความกดดันเข้าไปที่ตัวลูกต้องทำตามที่พ่อแม่คาดหวังไว้ ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการ หรือไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวเขา และเมื่อไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ก็ตามมาด้วยความผิดหวัง ความเสียใจ ซึ่งก็ไปเพิ่มความกดดันให้กับลูกอีก สุดท้ายทุกคนก็เครียดกันไปหมด  

6. ลดการคิดแทนหรือตัดสินใจให้ลูก 
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ประเภทที่ต้องจัดการทุกสิ่งอย่างให้ลูก หรือต้องคิดแทนลูกด้วยล่ะก็  เหนื่อยใจแทนลูกค่ะ แม้คุณจะบอกว่าที่บอกให้ทำเพราะรัก แต่ถ้าเป็นการบังคับจิตใจย่อมไม่เกิดผลดีแน่ จริงอยู่ลูกอาจจะทำตามพ่อแม่เพราะรักพ่อแม่ เขาทำสิ่งนั้นเพราะพ่อแม่บอกให้เขาทำ แต่เขาไม่ได้ทำเพราะรัก อย่าลืมว่าทุกคนต้องมีชีวิตของตัวเอง ให้เขาได้เรียนรู้จักตัวเอง เลือกหนทางชีวิตของตัวเองจะดีกว่า

7. ลดการกวดวิชาลง 
การเรียนรู้หรือพัฒนาตัวเองมีอยู่รอบตัว พ่อแม่ไม่ควรให้ลูกเรียน เรียน เรียนและเรียนอย่างเดียว เด็กบางคนนอกจากเรียนปกติในห้องเรียนแล้ว ยังต้องเรียนกวดวิชาแบบระห่ำทั้งหลังเลิกเรียน หรือแม้กระทั่งเสาร์อาทิตย์ จนแทบไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมอื่น ลองลดเวลาเรียนกวดวิชาของลูกลง ชแล้วใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูกมากขึ้น แล้วคุณจะค้นพบความสุขที่แท้จริงค่ะ
 

บทความแนะนำ

รอบรู้เรื่องถุงยางอนามัย
แฟชั่นชุดคู่แม่ลูก สดใสมุ้งมิ้ง
ลูกเบื่ออาหาร ทำอย่างไร
สีปัสสาวะบอกโรค

Facebook Comment