กริ๊ดมากไปไม่ดีแน่ ! ปรับพฤติกรรมลูกเอาแต่ใจ

           

 
“บ้านไหนมีเด็ก บ้านนั้นมักจะมีเสียงร้องไห้งอแง” ทุกท่านน่าจะเห็นด้วยกับประโยคนี้ แต่สิ่งที่ชวนปวดหัวมากกว่านั้นคือ “การส่งเสียงกริ๊ด” ของเด็ก ๆ เมื่อมีอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ หากลูกยังมีพฤติกรรมแบบนี้ไปจนโตอาจไม่ดีแน่

ปรับพฤติกรรมลูกอย่างไร เมื่อลูกส่งเสียงกริ๊ด
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กแต่ละคนจะมีนิสัยหรือพื้นฐานอารมณ์ที่แตกต่างกันไป บางคนเรียบร้อยแต่บางคนกลับค่อนข้างซุกซน เป็นต้น หากพ่อแม่คาดหวังว่าลูกควรจะเรียบร้อย แต่ลูกไม่ได้มีพื้นฐานอารมณ์เป็นดั่งที่คาดหวัง พ่อแม่อาจจะมองว่าลูกซนมากผิดปกติและเกิดความหงุดหงิดกับพฤติกรรมของลูก ทำให้เกิดปัญหาการเลี้ยงดูตามมาได้ ซึ่งพื้นฐานทางอารมณ์นี้เป็นสิ่งที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด จึงจำเป็นที่ผู้เลี้ยงดูต้องเข้าใจและปรับทัศนคติต่อเด็กและการเลี้ยงดูให้เหมาะสมด้วย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเด็ก
  • พัฒนาการตามวัย
เด็กจะเริ่มพัฒนาความเป็นตัวเอง ต้องการความเป็นอิสระมากขึ้น ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ และอาจมีลักษณะดื้อ ต่อต้านมากขึ้น สังเกตจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การกิน การนอน การร้องอาละวาด เอาแต่ใจตนเอง เป็นต้น ผู้เลี้ยงดูจึงต้องเข้าใจพัฒนาการของเด็กวัยนี้และไม่ควรคาดหวังกับเด็กมากเกินไป ควรมีความยืดหยุ่น เลือกใช้วิธีการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กสามารถพัฒนาต่อได้อย่างสมบูรณ์
  • พื้นฐานอารมณ์
 อย่างที่ได้กล่าวมาว่าเด็กแต่ละคนจะมีนิสัยพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน บางคนเรียบร้อย บางคนซุกซน บางคนอาจเก็บตัวเงียบ ดังนั้นพ่อแม่จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับลักษณะนิสัยของลูกก่อน
  • สิ่งแวดล้อม
พ่อแม่จำเป็นต้องสำรวจสิ่งแวดล้อมด้วยว่ามีอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นหรือส่งผลต่อพฤติกรรมลูกหรือไม่ เช่น สถานที่แออัดเกินไป หรือมีของเล่นน้อยไม่เพียงพอสำหรับเด็กทุกคน ทำให้เด็กมีโอกาสทะเลาะแย่งของเล่นกันได้บ่อย ๆ และเด็กอาจถูกมองว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว
  • ความสามารถในการเรียนรู้
เด็กทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้ แม้ว่าในขณะนี้เด็กอาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่สามารถปฏิบัติตามที่ผู้ใหญ่สอนได้ทุกอย่างก็ตาม หากเราหมั่นสอนเด็กอย่างสม่ำเสมอ เด็กก็จะค่อย ๆ เรียนรู้และสามารถปฏิบัติตามได้ในที่สุด ดังนั้นผู้ใหญ่จึงไม่ควรบังคับ ต่อว่า หรือเร่งรัดเด็กมากเกินไป
  • ปัญหาทางอารมณ์จิตใจ
เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม ปล่อยปละละเลย ขาดความรัก ความอบอุ่น อาจแยกตัวไม่สนใจใคร หรือก้าวร้าว แย่งของเล่น ทำร้ายผู้อื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ในเด็กกลุ่มนี้นอกจากจะปรับพฤติกรรมแล้ว จำเป็นที่จะต้องแก้ไขสาเหตุคือ การให้ความรักและปรับวิธีการเลี้ยงดูเด็กให้เหมาะสมด้วย ในเด็กบางรายอาจมีปัญหาซน สมาธิสั้น ซึ่งอาจเกิดจากโรคสมาธิสั้นและส่งผลให้เด็กมีปัญหาการเรียนหรือพฤติกรรมตามมา ดังนั้นพ่อแม่จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษาและช่วยเหลือเด็กอย่างเหมาะสมต่อไปนอกจากนี้ความเจ็บป่วยหรือไม่สบายของเด็กต่าง ๆ ก็สามารถส่งผลต่อปัญหาพฤติกรรมได้เช่นกัน

       พ่อแม่ควรทำความเข้าใจพฤติกรรมลูก ที่ปรับเปลี่ยนไปตามวัย อบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ด้วยเหตุและผล ไม่ควรใช้อารมณ์ และสิ่งสำคัญที่สุดคือควรเลี้ยงดูด้วยความรักและให้ความอบอุ่นอย่างเต็มที่ เพราะก้าวแรกของลูกที่จะเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์พร้อมย่อมเกิดจากการปลูกฝังและการเลี้ยงดูที่ดีของคนในครอบครัว



 

บทความแนะนำ

รับมือ โรคยอดฮิตของลูก
Q & A การเลี้ยงลูกที่ติดจุกนมหลอก
6 เรื่องที่อย่าบังคับลูก ถ้าลูกยังไม่พร้อม
ไม่อยากให้ลูกตัวเตี้ยต้องทำแบบนี้

Facebook Comment