10 จุดอันตราย ระวังอุบัติเหตุในโรงเรียนลูก

อุบัติเหตุ,ประกันอุบัติเหตุลูก,ประกันอุบัติเหตุเด็ก,ประกันเด็ก,ประกันสำหรับลูก,ประกันชีวิต,ประกันโรคร้ายในเด็ก,Happy PA, Tanachart,ธนชาต,ประกันธนชาต,ประกันเด็กธนชาต,



เมื่อถึงวัยที่ต้องส่งลูกเข้าโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงกังวลใจไม่น้อย หลายครอบครัวไม่เคยต้องห่างจากลูก แต่เมื่อถึงเวลาพาลูกไปโรงเรียนก็ต้องมั่นใจว่าโรงเรียนที่เราเลือกมั่นใจได้ว่าจะดูแลลูกๆ ของเราได้อย่างดีทั้งเรื่องการเรียน และที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัย ในโรงเรียนเป็นที่ที่เด็กๆ วัยซนมารวมกันอยู่มากมาย ดังนั้นอุบัติเหตุในเด็กอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยย้ำเตือนลูกๆ ให้ดูแลตัวเองให้ได้ หลีกเลี่ยงจากจุดที่จะเกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุได้ สำหรับจุดอันตรายที่ต้องระมัดระวังในโรงเรียนมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันค่ะ


10 จุดอันตรายในโรงเรียน

1. ประตูรั้วโรงเรียน รั้วประตูโรงเรียนเป็นจุดหนึ่งที่เราอาจจะเคยเห็นข่าวกันมาบ้าง ว่ามีประตูล้มทับนักเรียน ซึ่งต้องระมัดระวังไม่ให้เด็กๆ เล่นปีนป่าย หรือขย่ม เขย่ารั้วโรงเรียน เพราะหากประตูชำรุดอาจเกิดอุบัติเหตุได้


2. เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น สวรรค์ของเด็กๆ เลยค่ะ เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น แต่เจ้าเครื่องเล่นทั้งหลายนี่แหละค่ะที่ทำให้เด็กๆ เสียน้ำตากันแทบทุกวัน เด็กหลายคนเล่นกันรุนแรง หรือสนุกไม่ทันระวังตัว ลื่นสไลเดอร์ขาหัก ตกชิงช้าแขนหัก หัวเข้าไปติดในช่องบันได หรือแม้แต่เครื่องเล่นบางชนิดที่ชำรุดไม่ได้รับการดูแลก็อาจทำให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บได้


3. บันได เด็กๆ หลายคนยังเดินขึ้นลงบันไดได้ไม่คล่อง ดังนั้นโรงเรียนอนุบาลมักต้องมีครูพี่เลี้ยงคอยดูแลนักเรียนขึ้นลง และให้นักเรียนค่อยๆ เดิน ห้ามวิ่งขึ้นลงบันได ราวจับต้องบันไดต้องออกแบบให้เด็กๆ จับได้ ขั้นบันไดต้องมีความสูงพอเหมาะกับเด็ก


4. สระว่ายน้ำ ปัจจุบันหลายๆโรงเรียนมีสระว่ายน้ำในโรงเรียน และเป็นอีกที่ที่อาจเกิดอุบัติเหตุเด็กพลัดตก หรือจมน้ำได้ โรงเรียนควรต้องมีประตู หรือรั้วปิด มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลไม่ให้เด็กเข้าไปเล่นที่สระว่ายน้ำโดยพลการ


5. ระเบียงอาคารเรียน ระเบียงควรมีราวที่แข็งแรง มั่นคง มีลูกกรงป้องกันเด็กๆ วิ่งซุกซนตกลงมา หรือช่องราวระเบียงก็ต้องไม่กว้างมากจนเด็กเอาตัว เอาหัวลอดหลุดออกไปได้


6. ห้องน้ำ ห้องน้ำต้องสะอาดถูกสุขลักษะ และออกแบบให้ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ไม่มีถังน้ำ หรืออ่างน้ำที่เด็กๆ อาจจะเกิดอุบัติเหตุจมน้ำได้


7. เหลี่ยมมุมเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ จุดอันตรายเหลี่ยมมุมต่างๆ ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีเด็กเล็กต้องลบเหลี่ยม หรือมีวัสดุบุกันกระแทกตามผนัง หรือมุมโต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ป้องกันการชนกระแทก


8. สายไฟ ปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า โรงเรียนต้องคอยดูแล ปิดช่องปลั๊กสายไฟ และตรวจดูเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไม่ให้ชำรุดหรือมีไฟรั่วได้


9. พื้นโรงเรียน พื้นโรงเรียนแต่ละจุดต้องออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งาน เช่น สนามเด็กเล่นถ้าพื้นเป็นปูนแข็ง หรือลื่น ก็มีความเสี่ยงให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้มาก


10. ของเล่น ของเล่นในโรงเรียนควรให้เด็กๆ เล่นให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย อย่างของเล่นที่มีชิ้นส่วนเล็กๆ ถ้าเด็กเอาเข้าปาก เข้าจมูก อาจจะเป็นอันตรายได้




เตรียมตัวให้พร้อม รับมืออุบัติเหตุของลูก

1. สอนลูกให้ระมัดระวังและป้องกันตัวเองได้ พ่อแม่ควรสอนลูกตั้งแต่เล็กๆ ว่าสิ่งไหนอันตราย เล่นได้ ไม่ควรเล่น และต้องรู้จักกลัวอันตราย เช่น ห้ามเล่นสายไฟ ปลั๊กไฟ ห้ามลงเล่นน้ำถ้าไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย หรือสอนให้ลูกว่ายน้ำให้เป็น สอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้

2. คอยหมั่นเป็นหูเป็นตาช่วยคุณครูสังเกต ในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครูที่จะดูแลลูกๆ ดังนั้นพ่อแม่ต้องไว้ใจคุณครูว่าจะดูแลลูกๆ ให้ปลอดภัยได้ แต่ก็ต้องคอยหมั่นสังเกต คอยดูที่โรงเรียนด้วยว่ามีจุดไหน หรือบริเวณไหนที่อาจเป็นอันตรายกับเด็กๆ หรือลูกๆ ได้

3. ทำประกันอุบัติเหตุไว้ให้ลูก เพื่อเป็นหลักประกันว่าหากเกิดอุบัติเหตุก็ยังมีประกันดูแลค่าใช้จ่าย เพราะเด็กๆ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทุกวันอยู่แล้วค่ะ ถึงแม้จะระมัดระวังแค่ไหน ดังนั้นเตรียมตัวรับมือไว้ให้พร้อมเลยดีกว่าค่ะ

  • ประกันอุบัติเหตุสำหรับลูกควรเลือกแบบครอบคลุมได้ทั้งอุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บที่เด็กเป็นกันบ่อยๆ เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ อาหารเป็นพิษ เพราะนอกจากอุบัติเหตุแล้ว โรงเรียนเป็นแหล่งที่เด็กๆ มีโอกาสเจ็บป่วยได้มากเช่นกัน
  • ประกันสำหรับลูกควรเลือกที่มีเบี้ยประกันน้อย แต่วงเงินในการคุ้มครองสูงหรือแบ่งเบาภาระทางการเงินในค่ารักษาพยาบาลให้ครอบคลุมทั้งหมด เพราะค่าใช้จ่ายของครอบครัวก็สูงอยู่แล้ว
  • ควรเลือกประกันที่คุ้มครองถึงพ่อแม่ เช่นในกรณีที่พ่อแม่เสียชีวิต ลูกจะได้รับเงินมรดก เงินช่วยเหลือจากการทำประกันด้วยเพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิตลูกได้
  • ประกันสำหรับลูก ควรเลือกแบบที่สามารถคุ้มครองลูกตั้งแต่อายุ 1 ขวบ จนถึงวัยทำงาน
  • ประกันสำหรับลูก ควรเลือกแบบเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายก่อน แต่ประกันสามารถจ่ายได้เลย


เด็กเป็นวัยที่กำลังซุกซน เรียนรู้ สิ่งต่างๆ รอบตัว ดังนั้นอุบัติเหตุมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งที่พ่อแม่ และผู้ใหญ่จะทำได้คือคอยดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวเด็กให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่โรงเรียน เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนา ทักษะและการเรียนรู้ต่างๆ ได้อย่างไม่สะดุด และเติบโตอย่างแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย




ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.thanachartinsurance.co.th
ผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุเพื่อลูกรัก ธนชาต Happy PA for Child

(พื้นที่เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์)

บทความแนะนำ

พ่อแม่ต้องดู! คลิปนาทีระทึกเมื่อลูกเกือบตายด้วยสายผ้าม่านในบ้าน
น้อยใจทำไมเกิดเป็น "ลูกคนกลาง”
รับมือ...แมลงสัตว์กัดต่อย
ทูน่าห่อสาหร่ายแสนอร่อย อาหารว่างสำหรับเด็ก 3-6 ปี

Facebook Comment