6 เรื่องที่พ่อแม่ควรทำ หลังพาลูกกลับบ้าน


 
หลังจากคลอดลูกเสร็จแล้ว คุณแม่จะมีเวลาพักฟื้นร่างกายที่โรงพยาบาลอยู่สักระยะ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2-3 วัน (แม่ที่ผ่าคลอดจะใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าประมาณ 3-4 วันหรือเกือบ ๆ 1 อาทิตย์) จากนั้นจึงจะพาลูกกลับบ้านได้

แน่นอนว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาลแม่มือใหม่จะมีพยาบาลคอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ แต่เมื่อกลับบ้านแล้ว พ่อแม่มือใหม่ก็กลายเป็นพ่อแม่มือโปรได้ค่ะ แค่ทำตาม 6 วิธีนี้ 

1. จดบันทึกเวลาลูกกินนม

เด็กแรกเกิดจะมีขนาดความจุกระเพาะไม่มาก ถ้ากินนมแม่ซึ่งย่อยเร็ว เขาจะนอนไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง ถ้าลูกนอนนานกว่า 4 ชั่วโมง ต้องปลุกและควรจดบันทึกเวลาและปริมาณที่เขากินนมด้วย นอกจากนี้ควรบันทึกจำนวนครั้งของการอึและฉี่ของลูกควบคู่กันด้วย เพราะจะเป็นตัวช่วยทางอ้อมให้เรารู้ว่าลูกได้น้ำนมเพียงพอหรือไม่

2.ดูสีอึและฉี่ของลูก

ควรหมั่นสังเกตสีและจำนวนครั้งที่ลูกถ่ายหนัก ถ่ายเบา เพราะเด็กแรกเกิดที่ได้กินนมเพียงพอจะฉี่เปียกชุ่มผ้าอ้อม 4-6 ครั้งต่อวัน และสีไม่เข้มมาก ส่วนช่วง 2-3 วันแรกอึของลูกอาจจะเป็นสีออกเขียว แต่วันที่ 4 มักจะเริ่มเขียว ปนเหลือง จากนั้นจะเป็นสีเหลืองทอง (ในกรณีที่กินนมแม่) แต่หากสังเกตแล้วผิดไปจากนี้ ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าลูกอาจจะมีปัญหาการกินนมหรือปัญหาสุขภาพที่พ่อแม่ต้องพาไปหาหมอค่ะ

3. รู้เวลานอน 

ตอนอยู่โรงพยาบาลเด็กอาจยังไม่เคยอยู่ในห้องที่ปิดไฟในเวลากลางคืน ดังนั้นเมื่อกลับบ้านพ่อแม่ช่วยให้ลูกเข้าใจเวลากลางวันกลางคืนได้ โดยกลางคืนเมื่อตื่นก็ให้ลูกกินนมเพียงอย่างเดียวและเปิดไฟสลัวๆ ส่วนกลางวันมีสว่างควรให้ลูกได้กิจกรรมบ้าง เช่น พูดคุย เล่นกับลูก จับแขนขาขยับไปมา เป็นต้น ที่สำคัญควรให้ลูกนอนหลับบนที่นอนไม่ใช่บนตัวพ่อแม่ กรณีที่ที่นอนเย็นควรต้องทำที่นอนให้อุ่นก่อน เพราะเด็กบางคนไม่ยอมนอนบนที่นอนเย็น ๆ ต่างจากตัวของพ่อกับแม่ที่อบอุ่นกว่า

4. ตอบสนองทุกครั้งที่ลูกร้อง

เพราะลูกยังพูดไม่ได้ จึงใช้การร้องไห้สื่อสารกับเรา ซึ่งลูกอาจจะร้องเพราะหิว เพราะเปียก หรือเพราะเบื่อ พ่อแม่จึงควรตอบสนองการร้องไห้ของลูกทุกครั้ง แต่ถ้าลูกร้องไห้แบบที่เราไม่รู้สาเหตุ ลองห่อตัวเจ้าตัวเล็กให้กระชับเหมือนตอนอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะเขาอาจยังไม่ชินกับการอยู่ที่กว้าง จึงรู้สึกอ้างว้างไม่เหมือนตอนอยู่ที่แคบ ๆ ในท้องแม่

5.สร้างความคุ้นเคยกับพี่คนโต

หากมีลูกคนโตอยู่ด้วย การที่แม่จากบ้านไปหลายวัน เมื่อกลับมาแม่ควรมีอ้อมกอดสำหรับพี่ หรือลูกคนโตด้วย โดยมอบหมายหน้าที่อุ้มน้องเข้าบ้านให้พ่อแทน และเมื่อใช้เวลาเต็มที่แล้วจึงค่อย ๆ แนะนำให้พี่รู้จักน้องเล็ก ให้พี่ช่วยหยิบของให้น้องบ้าง ก็จะช่วยให้พี่น้องเกิดความคุ้นเคยที่จะอยู่ร่วมกัน

6. คุณแม่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย

เพราะการดูแลลูกเป็นงานที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ดังนั้น คุณแม่เองจึงต้องดูแลตัวเองให้พร้อมเสมอด้วย เมื่อมีลูกแม่มักจะเอาเวลาที่มีทั้งหมดให้กับลูก ฉะนั้น เรื่องงานบ้านหรือสิ่งละอันพันละน้อยต่าง ๆ ในบ้าน หากมีคนคอยช่วยเหลือบ้าง ก็จะทำให้คุณแม่มีเวลาพักผ่อนได้อยู่กับเจ้าตัวเล็กได้เต็มที่ โดยไม่เครียดค่ะ

ถึงแม้การดูแลลูกวัยเบบี๋จะเป็นงานที่ทั้งหนักและเหนื่อย แต่เพียงแค่เห็นรอยยิ้มเบิกบาน และแววตาแสนสุขของลูกแล้ว เชื่อว่าเหนื่อยสักแค่ไหนคุณพ่อคุณแม่ก็พร้อมสู้ค่ะ

บทความแนะนำ

10 ร้านของหวานกลางห้าง โปรโมชั่นหวานวาเลนไทน์
แม่โพสต์แชร์ประสบการณ์ตรง ใครว่าวัคซีนกันโรคอีสุกอีใสไม่สำคัญ
มื้อนี้ของแม่ "สลัดไก่มะกะโรนีเพสโต้ซอส"
คุณแม่ตั้งครรภ์เตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน !

Facebook Comment