ลูกเป็นส่าไข้ (หัดกุหลาบ) ดูแลได้ อย่ากังวล

ส่าไข้,หัดกุหลาบ,เป็นไข้,ลูกป่วย,เด็กป่วย,ดูแลลูกเป็นไข้,เช็ดตัว,เชื้อไวรัส,



ส่าไข้คืออะไร
ส่าไข้เป็นลักษณะโรคที่มักเกิดกับเด็กเล็กมาก โดยเมื่อป่วยจะมีอาการไข้สูงในช่วง 3-5 วันแรก หลังจากนั้นไข้ลดลงและมีผื่นแดง (ส่า) ขึ้นตามตัวแทน พบได้บ่อยในเด็กช่วง 6-24 เดือน


สาเหตุของส่าไข้ (หัดกุลาบ)
ส่าไข้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง Human Herpesvirus Type 6 (HHV 6) โรคนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Roseolar Infantum (หัดดอกกุหลาบ) หรือ Exantham Subitum หรือ Sixth Disease ซึ่งสามารถติดต่อผ่านทางน้ำลาย เช่น ไอ จาม หลายกรณีที่เด็กติดจากผู้ใหญ่ที่มีเชื้อไวรัสอยู่แต่ไม่แสดงอาการ


ดูแลลูกอย่างไรเมื่อเป็นส่าไข้ (หัดกุลาบ)
อาการของส่าไข้เป็นแล้วก็สามารถหายได้เองในไม่กี่วัน แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทนและดูแลลูกในช่วงมีไข้ไม่ให้มีอาการลุกลาม ควรปรึกษาคุณหมอหากอาการไม่ดีขึ้น หรือหากมีอาการชัก ควรรีบพาลูกไปตรวจรักษาทันที


รับมือส่าไข้ (หัดกุลาบ)
  • มื่อลูกมีไข้ควรหมั่นเช็ดตัวลูกบ่อยครั้งอย่างเบามือ เพราะโรคส่าไข้จะทำให้เด็กมีอาการไข้สูง อาจสูงได้ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเด็กบางคนอาจมีโอกาสชักได้ถึง 10-15%
  • ให้ลูกจิบน้ำบ่อยครั้ง เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายลง
  • รับประทานยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ตามอาการป่วยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น : ควรเป็นยาที่คุณหมอแนะนำ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
  • หากลูกงอแง คุณพ่อคุณแม่อาจจะอุ้มเดิน ลูบที่หลังเบาๆ อย่าดุหรือตวาดเพราะจะยิ่งทำให้ลูกไม่สบายใจและงอแงเพิ่มขึ้นไปอีก : ควรอยู่กับลูกตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าทีพี่เลี้ยง เพราะการได้ใกล้ชิดพ่อแม่จะทำให้ลูกสบายใจขึ้น
  • ผื่นจะเกิดขึ้นหลังวันที่ไข้ลดประมาณวันที่ 3-5 นั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องทายา ทาแป้ง หรือถูแรงเพื่อให้ผื่นหายเร็วๆ อาจจะทำให้ผิวบางๆ ของลูกอักเสบ ควรเช็ดตัวอย่างเบามือเช่นเคยค่ะ :ผื่นจากส่าไข้จะไม่ทำให้ลูกน้อยคันแต่อย่างใด แต่หากลูกคันอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ซึ่งควรพบคุณหมอจะดีกว่า
  • หากดูแลเกิน 3-5 วัน ไข้ยังไม่ลด อาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
  • มีอาการชัก อาเจียน หายใจหอบ ควรปรึกษาแพทย์เช่นกันค่ะ


เพราะโรคนี้เป็นเองหายเอง เพียงแต่ระหว่างที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกน้อยอย่างดี เพราะอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น อาการชักเพราะไข้สูงเกิดนั้นเองค่ะ



ส่าไข้ต่างจากหัดเยอรมันและอีสุกอีใส

  • หากลูกน้อยเป็นโรคหัด ในวันที่ 4 ของอาการไข้ ลูกน้อยจะมีผื่นขึ้น มีอาการไอที่รุนแรงมากกว่า โดยผื่นจะเริ่มขึ้นบริเวณหน้าก่อน ลามมาตามตัวไปจนถึงขา เมื่อผื่นถึงขาแล้วไข้จึงจะลด และหลังผื่นหายอาจจะมีรอยดำจางๆ ขณะที่ส่าไข้จะไม่เหลือรอยจางใดๆ ที่ผิวลูกน้อย
  • ลักษณะตุ่มหนองหรือตุ่มใส คืออาการของโรคอีสุกอีใส และหากมีตุ่มหนองก็ควรรีบพบคุณหมอ เพราอาจจะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้




บทความแนะนำ

ฉีดยาคุมแล้วทำไมยังตั้งครรภ์
DIY กระถางมะลิแฟนซี ของขวัญวันแม่
รู้ยัง! บีแพนเธน โฉมใหม่ ใช้ง่ายกว่า ช่วยผิวก้นลูกแฮปปี้ดี๊...ดี
5 เรื่องต้องระวัง! การใช้ยาผิดๆ กับเด็ก

Facebook Comment