ดูแลเด็กภูมิแพ้ เมื่อเป็นภูมิแพ้ในหน้าหนาว

ภูมิแพ้เด็ก,ภูมิแพ้หน้าหนาว,โรคหน้าหนาว,ป่วยหน้าหนาว,ป่วยอากาศหนาว,ภูมิแพ้,แพ้อากาศ,อากาศหนาว,อากาศเย็น,โรคภูมิแพ้,เด็กภูมิแพ้,ภูมิแพ้ในเด็ก,ภูมิแพ้,ผ่าคลอด,จุลชีพโพรไบโอติก,ตั้งท้อง,ตั้งครรภ์,คลอดลูก,ทารก,คลอดเอง,คลอดธรรมชาติ,บล๊อคหลัง,แรกเกิด

ถึงแม้ในกรุงเทพฯ จะไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นเท่าไหร่ แต่ในหลายๆภาคประเทศไทย ก็ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว และในช่วงอากาศหนาวๆ อย่างนี้ มีโอกาสที่เด็กๆ จะมีอาการภูมิแพ้เกิดขึ้นได้ง่าย ทั้งโรคแพ้อาหาร โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และโรคหอบหืด ซึ่งจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการภูมิแพ้ต่างๆ จะกำเริบ มีวิธีสังเกตค่ะ

  • อาการแพ้ทางผิวหนัง ผิวจะแห้งมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการคัน เด็กจะเกาจนส่งผลให้ผื่นลุกลามมากขึ้น
  • จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จะเป็นหวัดมากขึ้น มีอาการจาม น้ำมูกไหล คันจมูกและคัดจมูก ซึ่งอาการเหล่านี้พบได้ในเด็กที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว และหากติดเชื้อซ้ำเติมก็จะทำให้มีอาการเพิ่มมากขึ้น จนอาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ไซนัสอักเสบ หูอักเสบได้
  • โรคหอบหืด นอกจากจะเป็นหวัดง่าย และกระตุ้นให้เกิดอาการหอบแล้ว ในกลุ่มที่มีอาการหอบสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย จะมีอาการได้ง่ายขึ้นในช่วงอากาศเย็นด้วย อาการที่สังเกตได้ คือ ไอช่วงกลางคืน หรือไอภายหลังจากออกกำลังกาย บางครั้งอาจหายใจมีเสียงวี้ด ๆ และมีอาการหอบ



โรคภูมิแพ้ทุกชนิดเราป้องกันไม่ให้อาการมากขึ้นในฤดูหนาว โดย

1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อรา โดยปิดหน้าต่างเมื่อมีลมแรง หมั่นกำจัดใบไม้ร่วงที่ทับถมบนพื้น รวมถึงเศษหญ้าชื้นแฉะในสนามทั่วไป และควรสวมใส่หน้ากาก ถ้าต้องทำกิจกรรมที่เสี่ยงกับการฟุ้งกระจายของเชื้อรา เช่น กวาดใบไม้หรือดูดฝุ่น ส่วนผู้ที่แพ้สารก่อภูมิแพ้ชนนิดอื่น ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่แพ้อย่างเคร่งครัด

2. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงลดภูมิแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการหวัด พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลให้ร่างกายอบอุ่น

3. ควรใช้ยาควบคุมอาการภูมิแพ้เป็นประจำและสม่ำเสมอ ไม่ควรขาดยาในช่วงนี้ สำหรับการดูแลเฉพาะโรคนั้นอาจมีเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ได้แก่

3.1 โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ควรดูแลไม่ให้ผิวแห้ง โดยหมั่นทาโลชั่นทุกวัน เช้า-เย็น
3.2 โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ถ้าเริ่มมีน้ำมูกควรล้างจมูกทุกวัน เพื่อลดการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ และยังเป็นการช่วยให้น้ำมูกไม่สะสมในจมูก
3.3 โรคหอบหืด ก่อนออกกำลังกาย ควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ และในรายที่มีอาการหอบในช่วงออกกำลังกาย อาจป้องกันโดยใช้ยาพ่นขยายหลอดลม ก่อนออกกำลังกาย ประมาณ 15-30 นาที และควรพกยาขยายหลอดลมติดตัวเสมอ


*ที่สำคัญ ผู้ป่วยภูมิแพ้ทุกชนิด หากสังเกตว่าร่างกายเริ่มมีอาการผิดปกติมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

บทความแนะนำ

มะเร็งเต้านม ดูแลได้ตั้งแต่เป็นสาวถึงแม่ให้นมลูก
10 ข้อห้าม...พลาดที่ต้องมาเที่ยว ฮาร์เบอร์ พัทยาศูนย์การค้า มหาสนุก
นักวิจัยเผยความลับ!! แอลฟา-แล็คตัลบูมิน กับการทำงานเพื่อสมองลูกน้อย
น้ำ มหาภัยที่คาดไม่ถึง!

Facebook Comment