ความเชื่อเรื่องการเลี้ยงลูกวัยทารก 0-1 ปี


ความเชื่อในการดูแลทารก, การเลี้ยงลูก, ดัดขา, โกนผมไฟ, ทารก, ของ ใช้ เด็ก, นมแม่, พัฒนาการเด็ก, อาหารทารก, อาหารเด็ก, โรคในเด็ก, เลี้ยงลูก, วัคซีน, สุขภาพทารก

สำหรับคุณแม่หลายคน การเลี้ยงลูกเป็นความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากทั้งผู้มีประสบการณ์หรือประสบมาด้วยตัวเอง ความเชื่อความเข้าใจในการดูแลทารกหลายอย่างที่ได้รับการถ่ายทอดมานั้น ก็มีทั้งเป็นเรื่องที่ดี และเข้าใจผิดกันได้


พญ.ดุษฎี เงินหลั่งทวี
กุมารแพทย์ หน่วยพัฒนาการเด็ก วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล จะมาให้ความกระจ่างกับความเชื่อต่างๆ ดังนี้

ความเชื่อ: ดัดขาตั้งแต่เล็กจะได้ขาไม่โก่ง

จริงๆ แล้ว : สำหรับลักษณะขาเด็กตอนแรกเกิดจะดูโก่งๆ โค้งๆ อยู่แล้ว ซึ่งพัฒนาการตามวัยนั้น พอช่วง 2 ปี ขาโก่งๆ ที่เห็นก็จะตรงเอง ถึงไม่ดัดและก็ตรงเอง และพอเลย 2 -7 ปีไป ตรงหัวเข่าก็จะเอนและแบะออกข้างนอกเล็กน้อย และ 7 ปีถึงจะกลับเข้าที่เดิมคือดูตรงเหมือนเดิม

ดังนั้น ถึงเราไม่ดัดหรือทำอะไร ขาก็จะกลับมาตรงสวยอยู่แล้ว ถ้าไปดัดขาให้ลูก ก็อาจจะส่งผลได้ เช่น ถ้าถึงวัยที่มันจะตรง มันอาจจะไม่ตรงอย่างที่ควรจะตรง แต่ถ้าขาลูกผิดปกติ หรือเป็นโรคบางอย่างที่ทำให้ขาโก่งผิดปกติ หรือกระดูกมันแบะออกผิดปกติก็จะเห็นได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ อย่างเช่นถ้าถึงวัยที่ควรจะตรงแล้วมันไม่ตรง หรือถึงวัยที่จะแบะออกแต่ยังโก่งอยู่ หรือว่าถ้าความโก่งหรือความแบะมันไม่เท่ากันทั้ง 2 ข้าง อาจจะขวามากกว่าซ้ายอันนี้ก็อาจจะผิดปกติ หรือลูกเดินลงน้ำหนักข้างซ้ายและขวาไม่เท่ากัน อาจลงน้ำหนักข้างซ้ายเยอะแต่ข้างขวาไม่ค่อยลง อันนี้น่าจะผิดปกติก็ต้องพามาตรวจดูค่ะ


ความเชื่อ: เอาผ้าอ้อมเปียกฉี่กวาดลิ้น จะได้ไม่เป็นฝ้าขาว

จริงๆ แล้ว : ฉี่คือของเสียของร่างกาย ที่ขับสารบางอย่างที่ร่างกายไม่ต้องการออกมา เช่น ยูเรีย ซึ่งคงไม่เหมาะสมที่จะเอามากวาดลิ้นเด็ก แต่การเช็ดทำความสะอาดลิ้นลูกนั้น ใช้เพียงน้ำเปล่าธรรมดา หรือน้ำต้มที่ตั้งทิ้งไว้ให้มันเย็น แล้วใช้ผ้าอ้อมที่สะอาด หรือผ้าสะอาด ชุบน้ำเช็ดกวาดลิ้นก็สะอาดแล้ว

ส่วนลิ้นของเด็กที่จะเห็นเป็นฝ้า ส่วนใหญ่เกิดจากคราบนมที่กิน ที่จะมีคราบตกอยู่เหมือนคราบอาหารติดตามลิ้น ก็จะเจอได้บ่อย ซึ่งการทำความสะอาดโดยน้ำเปล่าธรรมดาก็จะออกไปแล้วล่ะ มันก็จะมีบางคนเป็นฝ้าจากเชื้อราก็จะเห็นเป็นฝ้าขาวๆ ได้เหมือนกัน ถ้าเป็นคราบอาหาร เด็กก็จะปกติไม่งอแง แต่ถ้าเป็นเชื้อรา เด็กจะเจ็บ จะงอแง เวลาที่กินนมและเช็ดธรรมความสะอาดก็อาจจะเจ็บ แล้วมีร้องกวน


ความเชื่อ: ให้นอนคว่ำ หัวสวย นอนได้นาน

จริงๆ แล้ว : การนอนคว่ำตามหลักวิชาการไม่แนะนำเลย ก็อาจทำให้หัวสวยจริง แต่จะพบเคสเด็กที่นอนคว่ำ แล้วมีหยุดหายใจและเสียชีวิตได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุที่จะเป็นได้ เช่น พอกินเสร็จก็ไปจับนอนคว่ำ มีสำลักนมออกมา คุณแม่ก็จะไม่เห็นหน้าลูก ก็อาจได้ยินเสียงแอะๆ แล้วเงียบไปโดยเราไม่ทันสังเกต คิดว่าลูกนอนหลับ ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาได้

ถ้าอยากให้เด็กนอนได้นานด้วย หัวสวยด้วย ก็ใช้เป็นนอนตะแคงเอา หรือนอนหงายก็จะดีที่สุด


ความเชื่อ: บีบจมูกเวลาอาบน้ำจะได้จมูกโด่ง

จริงๆ แล้ว : กระดูกตรงจมูกของเราเป็นกระดูกอ่อน เพราะฉะนั้น กระดูกอ่อนจะเติบโตของมันเอง การไปบีบๆ ดึงๆ ไม่ได้ช่วยให้ใหญ่หรือโตขึ้น แต่การที่ไปบีบๆ ดึงอาจทำให้ดูนูนขึ้น เพราะพวกเนื้อเยื่ออ่อนๆ ตรงจมูกนูนขึ้นมาชั่วคราว แต่แล้วก็จะย่นลงไปตามแนวกระดูกออกเดิมที่มันมี


ความเชื่อ: โกนผมไฟ ผมจะได้ดกดำ

จริงๆ แล้ว : ผมดกหรือไม่ดก ก็จะอยู่ตรงพันธุกรรมด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเด็กโกนผมไฟ แต่พันธุกรรมผมไม่ดก ผมที่ขึ้นใหม่ก็ไม่ได้ดกขึ้นจะปริมาณเท่าเดิม เพียงแต่ผมที่ขึ้นใหม่จะดูแข็งกว่าผมอ่อนที่ติดมาตั้งแต่แรกเกิด ทำให้ดูเหมือนมันหนาดกขึ้น แต่โดนปกติถึงไม่โกน แต่ผมที่ติดมาตั้งแต่แรกเกิดก็จะผลัดหลุดออกไปเอง และสร้างขึ้นใหม่อยู่แล้ว ซึ่งจะหลุดประมาณ 2-3 เดือนก็จะผลัดทีหนึ่ง อย่างที่โบราณเขาพูดว่า ช่วงไหนที่ลูกผมร่วงก็แสดงว่าลูกจำหน้าแม่ได้

แม้ว่าความเข้าใจผิดที่หยิบยกมานั้นอาจไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อลูกมากมายนัก แต่การได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องก็ดีต่อลูกน้อยที่สุดค่ะ





บทความแนะนำ

พาทัวร์ร้าน Ya kun kaya toast ร้านดังสัญชาติสิงคโปร์สู่ไทย
กิจกรรมแจ่มแจ๋ว! เปิดโลก “ผจญภัยแดนไร้พุง” ที่คนมีพุงและไม่มีพุงควรรู้
น้องติดพี่เป็นตังเม แก้ไขยังไงดี
5 สัญญาณเตือน ! ลูกเสี่ยงเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

Facebook Comment