ของใช้จำเป็นหลังคลอด

แม่หลังคลอด นอกจากจะต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก ยังเป็นช่วงที่แม่ต้องดูแลตัวเอง เพราะมดลูกยังไม่เข้าอู่ ร่างกายยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ จึงต้องมีการเตรียมพร้อมในทุกๆ เรื่อง รวมทั้งของใช้จำเป็นหลังคลอดต่อไปนี้ ที่คุณแม่ต้องมีไว้ใกล้ตัว เพื่อให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสบายค่ะ

ของใช้หลังคลอด, ของใช้จำเป็นหลังคลอด,ลูกประคบ, ปลอกผ้ายืด, ยาทาหัวนม, ผ้าอนามัย, ตั้งครรภ์, ตั้งท้อง, การตั้งครรภ์, ท้องแรก, แพ้ท้อง, การดูแลระหว่างตั้งท้อง, อาหารคนท้อง, คลอด, ตั้งชื่อลูก

1. ผ้าอนามัยแถบกาวแบบกลางคืน


ปกติทางโรงพยาบาลจะให้คุณแม่หลังคลอดใส่ผ้าอนามัยรุ่นเก่า ที่เป็นแบบห่วงยางรอบเอว เพื่อเวลาพยาบาลและคุณหมอมาตรวจดูในขณะที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น กรณีที่เป็นครรภ์แฝด ทารกตัวใหญ่ผิดปกติ หรือคลอดยาก

โดยสังเกตจากปริมาณและลักษณะของน้ำคาวปลา ถ้าออกเยอะมากจนเปลี่ยนไม่ทัน หรือเป็นลิ่มเป็นก้อนอย่างรวดเร็ว แสดงว่ามีการตกเลือด การใส่ผ้าอนามัยแบบห่วงยางรอบเอว จึงช่วยให้สามารถตรวจดูได้ง่ายและรวดเร็ว ที่สำคัญพยาบาลสามารถถอดแผ่นผ้าอนามัยไปชั่งประเมินปริมาณน้ำคาวปลาที่ออกมาได้ง่ายและใส่แผ่นใหม่ได้สะดวก ไม่ต้องกวนให้คุณแม่ลุกขึ้นเปลี่ยนท่า

เมื่อถึงวันที่ 2 หลังคลอด หากพบว่าไม่มีปัญหาตกเลือดที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว คุณแม่จะต้องพร้อมสำหรับให้นมลูก การใส่ผ้าอนามัยแบบยางรัดเอวนั้น ตัวยางรัดจะรัดพอดีกับบริเวณยอดมดลูก ทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บเวลาเดินและอุ้มลูก แผ่นผ้าอนามัยก็เลื่อนง่ายทำให้เลอะ แนะนำให้คุณแม่เตรียมผ้าอนามัยแบบแถบกาวชนิดกลางคืนแผ่นยาวมาเปลี่ยนตั้งแต่วันที่สองหลังคลอด จะทำให้ไม่เจ็บ เคลื่อนไหวง่าย และสะดวกกับการให้นมลูก

2. ผ้ากระชับหน้าท้อง หรือกางเกงในกระชับชนิดผ้าบาง


หลังคลอดไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัด ยอดมดลูกจะยังสูงประมาณสะดือโดยส่วนยอดไม่ได้ยึดกับส่วนใดในท้อง ขณะที่ส่วนฐานจะมีเส้นเอ็นยึดกับกระดูกหัวเหน่า เวลาเดินคุณแม่จะเจ็บท้องน้อย เพราะส่วนยอดของมดลูกจะโยกขยับไปมา

ยิ่งกรณีของการผ่าตัดคลอดจะมีอาการเจ็บมากขึ้น เพราะมีแผลผ่าตัดที่ท้องน้อยด้วย การรัดด้วยผ้ากระชับหน้าท้องให้ครอบคลุมทั้งแผลและยอดมดลูก จะช่วยไม่ให้มีการโยกไปมา ทำให้ไม่เจ็บ เวลาคุณแม่ขยับหรือเคลื่อนไหวตัวเพื่อเลี้ยงลูกก็สะดวกและฟื้นตัวได้ง่ายขึ้นค่ะ

หากคุณแม่ไม่สะดวกใช้ผ้ากระชับหน้าท้อง อาจเลือกเป็นกางเกงในกระชับหน้าท้องชนิดผ้าบางและยืดหยุ่นได้ดีแทนก็ได้ค่ะ เลือกแบบที่เป็นทรงเต็มตัวที่เมื่อใส่แล้วจะคลุมทั้งแผลที่ท้องน้อยและขอบกางเกงในสูงถึงสะดือ ซึ่งจะคลุมยอดมดลูกได้ด้วย

3. ยาทาหัวนม


คุณแม่หลายคนมักเตรียมชุดชั้นในสำหรับให้นม แผ่นซับน้ำนม และขวดนมไว้พร้อม แต่ลืมกองหนุนสำคัญเวลาบาดเจ็บจากการให้ลูกดูดนมไป เพราะทารกแรกคลอดทุกคนเหมือนเป็นนักเรียนมือใหม่หัดดูด เมื่อเจอหัวนมคุณแม่ขณะหิวจัด จึงกัดหมับทันที ซึ่งนอกจากจะเจ็บมาก และทำให้เกิดบาดแผลแล้ว ยังทำให้ไม่มีน้ำนมไหลออกมาอีกด้วย

เมื่อเกิดแผลครั้งแรก คุณแม่สามารถใช้ยาทาหัวนมอักเสบได้วันละ 2-3 ครั้ง และงดให้นมข้างนั้นจนแผลหาย มักใช้เวลาเพียง 2-3 วันก็หาย ซึ่งระหว่างนั้นคุณแม่จะรู้สึกคัดเต้านมข้างนั้น ก็สามารถปั๊มนมให้ลูกได้ โดยใช้สำลีชุบน้ำเช็ดยาที่หัวนมก่อน (ปัจจุบันยาทาหัวนมไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์จึงไม่น่ากังวลค่ะ)

4. ลูกประคบ

คุณแม่คงเข้าใจว่าเป็นลูกประคบรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จริงๆ แล้วเป็นกำลังเสริมสำคัญ

สำหรับการให้นมเลยนะคะ เพราะช่วงที่ลูกหลับ เต้านมจะคัดมากและพร้อมสำหรับการให้นมครั้งต่อไป คุณแม่สามารถช่วยนวดและบริหารท่อน้ำนมได้ แต่เมื่อนวดด้วยมือตรงๆ บางครั้งก็เจ็บมากจนน้ำตาเล็ดได้

แต่หากคุณแม่ไม่นวดเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดการอุดตัน จนคัดปวดเต้านมถึงขั้นไข้ขึ้นได้ค่ะ การใช้ลูกประคบซึ่งปัจจุบันเป็นกลิ่นสมุนไพรหอมๆ นำเข้าไมโครเวฟให้พออุ่นไม่ถึงนาทีมานวดประคบทีละตำแหน่ง นอกจากจะช่วยนวดท่อน้ำนมแล้ว ยังหอมชื่นใจรู้สึกผ่อนคลาย หายเหนื่อยได้

5. ปลอกผ้ายืดรัดน่อง


เคยสังเกตมั้ยว่าหลังคลอดเมื่อกลับไปบ้านแล้ว แทนที่ตัวจะยุบบวมตั้งแต่ในสัปดาห์แรก กลับบวมฉึ่งขึ้น โดยเฉพาะเท้าและน่อง เป็นเพราะการไหลกลับของน้ำเหลืองที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์นั่นเอง

ใน 1-2 สัปดาห์แรกคลอด เท้าและน่องจะบวมมากพอๆ กับคนไข้เท้าช้างได้เลย คุณแม่บางคนบวมมากจนเดินไม่ได้ เพราะเท้าบวมจนรู้สึกชาฝ่าเท้า เหยียบแล้วทรงตัวไม่มั่นคง หรือรู้สึกเจ็บฝ่าเท้า การใส่ปลอกผ้ายืดรัดน่องที่วัดขนาดพอดีกับน่องคุณแม่ จะช่วยให้การบวมยุบลงได้ไว ทำให้ไม่รู้สึกปวดน่อง เจ็บหรือชาฝ่าเท้าได้ โดยคุณแม่สามารถเริ่มใส่หลังตื่นนอน และถอดออกเมื่อเข้านอน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งห้อยขานานๆ และเวลานอนควรหาหมอนหรือผ้าหนุนส่วนขาและน่องให้สูง เพื่อให้อาการบวมยุบไวขึ้น

นอกจากสิ่งจำเป็นที่คุณแม่ควรมีไว้เป็นผู้ช่วยใกล้ตัวแล้ว การดูแลจิตใจและร่างกายให้แจ่มใส แข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงเจ้าตัวเล็กได้เต็มพลังค่ะ

เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ประจำศูนย์สุขภาพหญิง รพ.พญาไท 1

บทความแนะนำ

40 ยังแจ๋ว
สุดยอด ผู้หญิงคนนี้ถ่ายคลิปการตั้งครรภ์ของเธออย่างน่าสนใจ
เยี่ยมเยียนเด็กๆ กับโภชนาการสัญจร
Q & A เด็ก 8 เดือน กินมังสวิรัติได้มั้ย

Facebook Comment