หมอแนะ แม่ท้องขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย


แม่ที่ตั้งครรภ์สามารถนั่งรถยนต์ หรือแม้กระทั่งขับรถยนต์ด้วยตนเองได้ อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขับรถ โดยช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ คือ
 
ไตรมาสแรก หรือ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์  แม้ช่วงนี้ขนาดหน้าท้องยังเปลี่ยนแปลงไม่มากนักก็จริง แต่แม่ท้องหลายคนอาจประสบ ปัญหาแพ้ท้อง วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียนมากเวลาเดินทาง แถมยังเป็นช่วงสุ่มเสี่ยงต่อการแท้ง หรือมีปัญหาแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ได้ง่าย แม้การขับรถยนต์ ไม่ได้เพิ่มโอกาสในการแท้งบุตร แต่หากเกิดปัญหาในระหว่างการขับขี่ ก็จะเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และเด็กในครรภ์ได้
 
ไตรมาสสุดท้าย หรือช่วงก่อนคลอดในเดือนที่ 7-9 ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล เนื่องจากใกล้คลอดเต็มที หรือหากยังต้องทำงานประจำอยู่ ก็สามารถขับรถไปทำงานประจำวัน หรือ เดินทางในระยะใกล้ได้ แต่ต้องระมัดระวังอย่างมาก ไม่ควรขับรถเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เผื่อว่าหากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินจะได้หยุดรถได้ทันท่วงที ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
 
เทคนิคขับรถอย่างปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงการนั่งชิดพวงมาลัยมากเกินไป
- ปรับเบาะนั่งให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ห่างจากพวงมาลัย 10-12 นิ้ว
- อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นเส้นทางชัดเจน โดยที่มือสามารถหมุนพวงมาลัย เท้าเหยียบเบรคและคันเร่งได้ถนัด
- คาดเข็มขัดนิรภัย โดยให้แนวทแยงของเข็มขัดคาดผ่านร่องอกไปตามแนวโค้งของท้อง ส่วนแนวนอนของเข็มขัดอยู่เหนือต้นขา และกระดูกเชิงกราน ห้ามคาดทับบริเวณหน้าท้องตำแหน่งของมดลูกโดยตรง  
 
               
นอกจากนี้ ก่อนเดินทาง ควรสำรวจความเรียบร้อยของยานพาหนะ เช็คลมยาง แบตเตอรี่ หม้อน้ำ น้ำมันเครื่องก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เรื่องนี้คุณสามีสามารถเข้ามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือดูแล หรือช่วยขับรถให้ภรรยาได้ เพียงเท่านี้แม่ท้องทั้งหลายก็ขับขี่รถยนต์ได้อย่างปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพแล้ว  



ข้อมูลจาก :
พญ.พลอยนิล พุทธาพิทักษ์พงศ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
โรงพยาบาลพระรามเก้า
 

บทความแนะนำ

ลูกติดขวดนม
คลอดลูกในน้ำ สุดซึ้งเมื่อสามีอยู่เป็นกำลังใจด้วยในทุกวินาที
สบายทุกอิริยาบถตลอดการตั้งครรภ์ 1-9 เดือน
Q & A แม่ท้องทำสปาได้ไหม

Facebook Comment