คุณแม่ตั้งครรภ์เตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน !

คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถเดินทางโดยสารโดยเครื่องบินได้ตามปกติ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เยอะ ไม่ควรโดยสารเครื่องบินระยะทางไกล เพราะความกดดันของอากาศในเครื่องบินมักไม่คงที่ ถึงแม้จะมีการปรับแล้วก็ตาม จะส่งผลถึงระบบไหลเวียนโลหิตของคุณแม่และลูกในครรภ์ได้



ChameleonsEye / Shutterstock.com
 

ข้อควรปฎิบัติทั่วไปสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องเดินทางโดยสารไปกับสายการบิน
 

  • ควรมีใบรับรองแพทย์ว่าสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และจะไม่คลอดฉุกเฉินบนเครื่องบิน มิฉะนั้นอาจถูกระงับการเดินทางได้
  • ควรเลือกที่นั่งริมทางเดินและแถวหน้าสุด เพื่อเหยียดขาและเดินเข้าออกห้องน้ำได้สะดวก
  • รับประทานอาหารแต่พออิ่มและย่อยง่าย
  • คาดเข็มขัดลงมาต่ำถึงบริเวณข้อสะโพก
  • ไม่กลั้นปัสสาวะและหาจังหวะเข้าห้องน้ำช่วงที่ว่างเสมอ
  • ลุกขึ้นเดินเพื่อเปลี่ยนอิริยาบทบ้าง แต่ต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เพราะบนเครื่องบินค่อนข้างแคบ
  • มีคนเดินทางไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยเหลือเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • หาข้อมูลรายละเอียดกฎระเบียบของสายการบินเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ที่คุณแม่จะเดินทาง ว่ามีข้อห้ามหรือจำเป็นต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
  • หากอายุครรภ์คาบเกี่ยวช่วงที่สายการบินมีระเบียบห้ามเดินทาง จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดหลายทาง เพราะบางทีเจ้าหน้าที่ที่หน้าเค้าเตอร์สายการบิน กับข้อมูลจากเว็บไซต์หรือคอลเซ็นเตอร์อาจจะไม่ตรงกัน
  • สายการบินส่วนใหญ่จะขอใบรับรองแพทย์สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เกิน 27 สัปดาห์ (แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่แต่ละสายการบิน)
  • สายการบินส่วนใหญ่จะ ไม่อนุญาต สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ เดินทางไปกับสายการบิน (แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่แต่ละสายการบิน)
  • ทั้งนี้ถึงแม้การเดินทางด้วยสายการบินจะไม่เป็นอันตราย แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายกับเด็กในครรภ์คุณแม่ ในกรณีที่เดินทางไปต่างประเทศควรเตรียมแผนรองรับไว้ว่าจะต้องติดต่อหมอหรือโรงพยาบาลได้อย่างไรบ้าง



ระเบียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ สายการบินไทย (Thai Airways)

สตรีมีครรภ์ที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน สามารถเดินทางได้ , เมื่อจองบัตรโดยสารสำหรับสตรีมีครรภ์นั้น ผู้โดยสารจะต้องแจ้งข้อมูล เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ให้เจ้าหน้าที่การบินไทยทราบ เช่น กำหนดคลอด


จะต้องระบุอายุครรภ์ในการเดินทางทุกเส้นทาง

 

  • หากเที่ยวบินนั้นบินน้อยกว่า 4 ชั่วโมง ผู้โดยสารที่เป็นสตรีมีครรภ์ จะต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 36 สัปดาห์ สามารถเดินทางได้
  • หากเที่ยวบินนั้นบินมากกว่า 4 ชั่วโมง ผู้โดยสารที่เป็นสตรีมีครรภ์ จะต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 34 สัปดาห์ สามารถเดินทางได้
  • หากอายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ สตรีมีครรภ์ไม่สามารถเดินทางได้
  • หากอายุครรภ์เกิน 28 สัปดาห์ สตรีผู้นั้นต้องมีใบรับรองแพทย์ และต้องยื่นใบรับรองแพทย์ ที่Check-in point และด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยในในรับรองแพทย์ ต้องระบุวันเวลากำหนดคลอด และระบุว่าครรภ์มีสภาวะปกติ และใบรับรองแพทย์ ต้องมีอายุไม่เกิน 7 วันก่อนวันเดินทาง
  • หากผู้โดยสารไม่มีใบรับรองแพทย์ และเพื่อความปลอดภัย ของผู้โดยสารเอง การบินไทย มีข้อระเบียบปฏิบัติ ที่สามารถปฏิเสธไม่ให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินได้


สตรีมีครรภ์ที่ไม่อนุญาตให้เดินทาง

  • สตรีที่ตั้งครรภ์เด็กแฝด
  • สตรีที่ตั้งครรภ์มีประวัติเคยแท้งบุตร ฯลฯ จะต้องได้รับอนุญาตจากสูตินารีแพทย์ โดยกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์ม “Medical Clearance Form (MEDA) จากสูตินารีแพทย์ และได้รับอนุญาตจากการบินไทยให้เดินทางได้ ไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
  • ภาวะโลหิตจาง
  • มีความผิดปกติทางระบบส่วนต่างๆของร่างกายเรื้อรัง ซึ่งต้องมีการรักษาอยู่เป็นประจำ
  • มีประวัติการแท้ง
  • มดลูกต่ำกว่าปกติ
  • มีประวัติการตั้งครรภ์ในตำแหน่งที่ผิดปกติ
  • มีประวัติหรือปัจจุบันรกในครรภ์มีภาวะไม่ปกติ
  • มีความเสี่ยงในการแท้งหรือ มีการตกเลือดระหว่างตั้งครรภ์ปัจจุบัน
  • มีการปฏิสนธิของไข่เกิน 2 ตัว
  • มีประวัติโลหิตเป็นพิษ, โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน


ข้อแนะนำ

  • ผู้โดยสารที่มีครรภ์ ควรจะเลือกที่นั่งที่ติดกับทางเดิน ที่มีพื้นที่เพียงพอและสะดวกสบายและเหมาะสำหรับสตรีตั้งครรภ์
  • ในบางประเทศ ได้แก่ สิงค์โปร์ หรือ มาเลเซีย มีข้อกำหนดที่เข้มงวดในการเดินทางของสตรีต่างชาติที่ตั้งครรภ์เข้าประเทศ ซึ่งสายการบินไทยจะต้องให้ข้อมูล และคำแนะนำต่างๆอย่างละเอียดก่อนการเดินทาง
  • ในบางประเทศ ได้แก่ สิงค์โปร์ หรือ มาเลเซีย มีข้อกำหนดที่เข้มงวดในการเดินทางของสตรีต่างชาติที่ตั้งครรภ์เข้าประเทศ ซึ่งสายการบินไทยจะต้องให้ข้อมูล และคำแนะนำต่างๆอย่างละเอียดก่อนการเดินทาง




ระเบียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ สายการบินคาเธ่ แปซิฟิก (Cathay Pacific)

โดยทั่วไปเดินทางโดยเครื่องบินขณะที่ตั้งครรภ์นั้นปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ผู้โดยสารทุกท่านที่ตั้งครรภ์ขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือนางพยาบาลผดุงครรภ์ของตนก่อนวางแผนการเดินทาง ขอแนะนำให้ผู้โดยสารทุกท่านที่ตั้งครรภ์พกพาเอกสารที่ระบุวันคลอดที่ได้คาดหมายไว้ขณะที่เดินทาง


28 สัปดาห์:

สำหรับทุกการตั้งครรภ์ที่หลังจาก 28 สัปดาห์ (ได้แก่ หลังจาก 27 สัปดาห์ + 6 วันนับจากวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย) ต้องมีใบรับรองแพทย์ลงวันที่ภายใน 21
วันนับจากวันเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก โดยมีการระบุข้อมูล:

  • ว่าเป็นการตั้งครรภ์ทารกคนเดียวหรือแฝด
  • ประมาณการณ์ของจำนวนสัปดาห์การตั้งครรภ์
  • วันคลอดที่ได้คาดหมายไว้ (EDD)
  • ว่าท่านมีสุขภาพดีและการตั้งครรภ์มีความก้าวหน้าตามปกติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  • ว่าท่านมีสภาวะเหมาะสมสำหรับการเดินทาง

หากท่านประสบภาวะแทรกซ้อนในระหว่างการเดินทาง ท่านจะต้องขอใบอนุญาตทางการแพทย์ (Medical Clearance) จากทีมแพทย์ของเราก่อนการเดินทางกลับของท่าน (โปรดดูที่ด้านล่างสำหรับรายละเอียด)
 

โปรดทราบว่า เพื่อความปลอดภัยของท่าน หากท่านเลือกที่จะไม่พกใบรับรองแพทย์ หากใบรับรองแพทย์ของท่านหมดอายุ หรือหากใบรับรองนั้นปราศจากข้อมูลที่กำหนดไว้ สายการบิน Cathay Pacific ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการขึ้นเครื่องบิน
 

32 สัปดาห์:
เราจะให้อนุญาตแต่เฉพาะผู้โดยสารที่มี การตั้งครรภ์แฝดที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนซึ่งมีระยะครรภ์สูงสุด 32 สัปดาห์ (ได้แก่ 31 สัปดาห์ + 6 วัน)

 

36 สัปดาห์:
เราจะให้อนุญาตแต่เฉพาะผู้โดยสารที่มี การตั้งครรภ์ทารกคนเดียวที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนซึ่งมีระยะครรภ์สูงสุด 36 สัปดาห์ (ได้แก่ 35 สัปดาห์ + 6 วัน)

ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

หากท่านประสบภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ ท่านจะต้องขอรับใบอนุญาตทางการแพทย์ Medical Clearance จากทีมแพทย์ของเราก่อนการเดินทาง กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านและแพทย์ที่ให้การรักษาท่านกรอกข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องในแบบฟอร์ม MEDA ของเราครบถ้วนสมบรูณ์ และยื่นส่งก่อนการออกเดินทางของคุณเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
 

เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจว่าการประกันสุขภาพ / การประกันภัยการเดินทางของท่านครอบคลุมถึงปัญหาการตั้งครรภ์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในขณะที่ท่านเดินทางระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบว่าสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ที่ประเทศปลายทางนั้นพร้อมสำหรับรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการไปเดินทางของท่าน สิ่งที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลในขณะที่ตั้งครรภ์
 

หากท่านจำเป็นต้องใช้ยาในระหว่างการตั้งครรภ์ของท่าน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านมียาดังกล่าวเพียงพอสำหรับการเดินทางครั้งนี้ โปรดจำว่ายาบางอย่าง เช่น ยาป้องกันโรคมาลาเรียบางชนิดและการฉีดวัคซีนไม่สามารถใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์ ถ้าประเทศปลายทางมีข้อกำหนดของการป้องกันโรคตามที่กล่าว อาจเป็นการดีกว่าในการเลื่อนการเดินทางไปที่ช่วงหลังจากคลอด
 

บางประเทศมีการกำหนดข้อจำกัดในการเข้าประเทศของหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ใช่ผู้ถือสัญชาติ ขอแนะนำให้ตรวจสอบกับสถานกงสุลในประเทศเพื่อขอการยืนยันในข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงของประเทศนั้นๆ
 

การเดินทางหลังการคลอดบุตร

ใบอนุญาตทางการแพทย์ Medical Clearance เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางภายใน 7 วันนับจากวันที่ผู้โดยสารคลอดบุตร ทารกไม่สามารถเดินทางเป็นเวลา 48 ชั่วโมงหลังเกิดและจำเป็นต้องมี Medical Clearance เพื่อเดินทางระหว่าง 3 ถึง 7 วันหลังคลอด
 

ท่านสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสูติแพทย์หรือนางพยาบาลผดุงครรภ์ของท่านหรือจากเว็บไซต์ของ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ



 


เอกสารและระเบียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ สายการบินแอร์ เอเซีย (Air Asia)

  • ผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์ ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 27 สัปดาห์จะมีสิทธิ์เดินทางกับเรา โดยต้องกรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้องของแอร์เอเชีย/แอร์เอเชียเอ็กซ์ (AirAsia/AirAsia X Liability Statement) ของเรา ณ เวลาเช็คอิน.
  • ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 28 ถึง 34 สัปดาห์จำเป็นต้องยื่นใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันแล้ว ที่ยืนยันอายุครรภ์เป็นสัปดาห์และรับรองความพร้อมของผู้เดินทาง
  • ห้ามใช้ใบรับรองที่มีอายุเก่ากว่า 30 วัน ณ วันเดินทาง นอกจากนี้ ผู้โดยสารจะต้องกรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้องของเรา ณ เวลาเช็คอินด้วย.
  • เราจะไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 35 สัปดาห์ขึ้นไปเดินทางกับแอร์เอเชีย/แอร์เอเชีย


 

เอกสารและระเบียบสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates)

หากคุณตั้งครรภ์และวางแผนจะเดินทางเมื่อคุณตั้งครรภ์ได้ 29 สัปดาห์ คุณจำเป็นจะต้องมีใบรับรองหรือจดหมายรับรองทางการแพทย์ที่มีลายมือชื่อของแพทย์หรือนางพยาบาลผดุงครรภ์ผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมซึ่งระบุ
 

  • การรับรองการตั้งครรภ์แบบคนเดียวหรือหลายคน
  • การตั้งครรภ์เป็นไปได้ด้วยดีโดยไม่มีปัญหาแทรกแซงใดๆ
  • วันกำหนดคลอดที่คาดคะเน
  • วันสุดท้ายที่คาดว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะเดินทาง
  • ว่าคุณมีสุขภาพที่ดี
  • ว่าไม่มีเหตุผลใดที่พวกเขาคิดว่าคุณไม่ควรจะเดินทางโดยเครื่องบิน


โปรดทราบว่าหากคุณเลือกที่จะไม่นำใบอนุญาตทางการแพทย์ไปด้วย คุณอาจไม่ได้รับการอนุญาตให้เดินทางได้หากมีข้อสงสัยในความสามารถของคุณที่จะทำให้การเดินทางนั้นปลอดภัยได้
 

หากคุณตั้งครรภ์ทารกมากกว่าหนึ่งคน คุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางโดยเครื่องบินหลังสัปดาห์ที่ 32 ของการตั้งครรภ์ สำหรับการตั้งครรภ์ทารกคนเดียว การเดินทางหลังจากสัปดาห์ที่ 36 ของการตั้งครรภ์ได้รับอนุญาตให้ทำได้ หากผ่านการตรวจเบื้องต้นของแผนกการแพทย์ของสายการบินเอมิเรตส์แล้วเท่านั้น จำเป็นจะต้องส่งแบบฟอร์มข้อมูลด้านการแพทย์ (MEDIF) สำหรับจุดประสงค์ในการตรวจสอบของศุลกากร
 

คุณควรคำนึงด้วยว่าเครื่องมืออำนวยความสะดวกสบายด้านการแพทย์ในประเทศจุดหมายปลายทางของคุณนั้นดีเพียงพอต่อการจัดการกับปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ เราแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้คุณมีประกันการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมเพียงพอในกรณีที่คุณคลอดก่อนกำหนด ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลขณะตั้งครรภ์หากเป็นไปได้
 

บางประเทศที่การบังคับหรือกำหนดการเข้าเมืองของหญิงตั้งครรภ์ที่มิใช่พลเมือง เราแนะนำให้คุณปรึกษาสถานกงสุลในพื้นที่หรือสถานทูตหากมีข้อสงสัย

ควรหลีกเลี่ยงการถือของหนักระหว่างที่ตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการถือสัมภาระทางของคุณ
 

ดาวน์โหลดใบรับรองทางการแพทย์แบบมาตรฐานสำหรับผู้โดยสารที่กำลังตั้งครรภ์ (PDF)

 

 

บทความแนะนำ

8 ไม้เด็ดของพ่อเจ้าประคุณ
เตือนพ่อ-แม่ อย่าทำการบ้านแทนลูก
เมนูนม อาหารเสริมเด็กวัย 6-12 เดือน
เบคอนพันเห็ด เมนูสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี

Facebook Comment