เคล็ดลับดับกังวลระหว่างตั้งครรภ์

ช่วงตั้งครรภ์ แม่ท้องมักมีเรื่องวิตกกังวลใจสารพัด เพราะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งร่างกายและจิตใจระหว่างตั้งครรภ์ เรื่องใดบ้างที่แม่ท้องเฝ้ากังวลและจะมีทางออกอย่างไร มีวิธีมาบอกค่ะ


ตั้งครรภ์, แม่ท้อง, ปัญหาระหว่างตั้งครรภ์, ซึมเศร้า, ครรภ์เป็นพิษ, แพ้ท้อง, คลอด, นมแม่, การดูแลผิวระหว่างตั้งครรภ์, ค่าใช้จ่ายระหว่างตั้งครรภ์, การเลี้ยงลูก, ลาคลอด, ค่าใช้จ่ายการคลอด, เบาหวาน, แท้งคุกคาม


1. คุณแม่กังวลว่า : ลูกในท้องจะไม่แข็งแรง

เคล็ดลับดับกังวล : ดูแลเรื่องอาหารการกิน ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์พอดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้คุณแม่แข็งแรงและคลอดง่าย แล้วยังส่งผลให้การหมุนเวียนโลหิตของลูกน้อยดีไปด้วย ทำให้ลูกแข็งแรงเติบโตได้ดี รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อลูก เช่น เลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ ฯลฯ เพียงเท่านี้ทั้งคุณแม่คุณลูกก็แข็งแรงแล้วค่ะ

2. คุณแม่กังวลว่า : แพ้ท้องมากไปไหม

เคล็ดลับดับกังวล : ช่วง 3 เดือนแรกหากคุณแม่แพ้ท้องไม่มาก อาจแก้ไขด้วยวิธีปรับพฤติกรรมการกินอาหาร เช่น แบ่งอาหารเป็นหลายๆ มื้อ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นฉุน ไม่ปล่อยให้ท้องว่างหรือหิวมากจนเกินไป ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ เป็นต้น แต่หากคุณแม่มีอาการแพ้มากควรไปหาคุณหมอค่ะ

3. คุณแม่กังวลว่า : จะไม่สวยเหมือนเดิม

เคล็ดลับดับกังวล : แม้จะไปเสริมสวยได้ไม่ครบสูตรเหมือนก่อน แต่คุณแม่ก็สามารถดูแลความงามได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าได้เหมือนเดิมค่ะ เช่น เลือกทรงผมที่ทำให้คุณแม่รู้สึกมั่นใจและง่ายต่อการดูแล รักษาความสะอาดของเส้นผมอยู่เสมอ ดูแลผิวพรรณไม่ให้แห้งกร้านและแตกลาย ด้วยการทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวเป็นประจำ หลีกเลี่ยงแสงแดดเพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ ที่สำคัญคือไม่ใช้สารเคมีที่อาจเข้าสู่ร่างกายหรืออาจส่งผลต่อลูกน้อยได้ค่ะ

ส่วนรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น ก็เป็นเพียงแค่ชั่วคราว คุณแม่ไม่ควรกังวลมากไป เพราะหลังคลอดแล้วน้ำหนักก็จะค่อยๆ ลดลง ยิ่งคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยิ่งสบายใจได้ หรือคุณแม่จะออกกำลังกายเพื่อช่วยให้น้ำหนักลดเร็วขึ้นอีกทางหนึ่งก็ได้ แต่ตอนนี้ทำใจสบายๆ ไปก่อนดีที่สุดค่ะ

4. คุณแม่กังวลว่า : ความสัมพันธ์กับคุณพ่อจะเปลี่ยนไป

เคล็ดลับดับกังวล : ข้อ นี้อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากความกังวลเรื่องรูปร่างด้วยส่วนหนึ่ง รวมทั้งเป็นห่วงลูกในท้องจนไม่อยากกุ๊กกิ๊กกับคุณพ่อ การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยทั้งการพูดคุยกัน และการสังเกตจากคุณพ่อด้วยค่ะ

การตั้งครรภ์ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจของคุณแม่ แต่หากได้รับการดูแลจากคุณพ่อเป็นอย่างดีตลอดการตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ ก็จะทำให้คุณแม่มีสุขภาพดีทั้งกายใจ และไม่กระทบกับความสัมพันธ์

ส่วนเรื่องกุ๊กกิ๊กกัน คุณหมอแนะนำว่าช่วงที่ค่อนข้างปลอดภัยคือไตรมาสที่ 2 แต่ต้องไม่รุนแรงมาก และคุณแม่ต้องไม่มีความเสี่ยงต่อการแท้ง เช่น มีประวัติแท้งบ่อยๆ หรือมีภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งหากไม่แน่ใจควรปรึกษาคุณหมอนะคะ

5. คุณแม่กังวลว่า : งานในหน้าที่จะมีปัญหาและกระทบค่าใช้จ่าย

เคล็ดลับดับกังวล : ช่วงท้องอ่อนๆ ก็แพ้ท้อง ผ่านไปหลายเดือนท้องใหญ่มากขึ้นก็ยิ่งทำอะไรไม่สะดวก โดยเฉพาะคุณแม่ทำงานอาจจะรู้สึกว่าทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนเคยหรือไม่เท่าที่ใจต้องการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง

คุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมเรื่องเศรษฐกิจในครอบครัว เตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการคลอด การเลี้ยงดูลูกน้อยในอนาคตได้ โดยใช้หลักคิดและปฏิบัติแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เลี้ยงลูกแบบฟุ่มเฟือยก็ไม่ต้องกังวล เพราะความจริงแล้วการเลี้ยงลูกไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายแพงมาก หากรู้จักใช้และบริหารเงิน เช่น เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เลือกใช้ของที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่สูงจนเกินไป ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียวค่ะ

ส่วนเรื่องหน้าที่การงาน คุณแม่ควรพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานและทางบริษัท ว่าจะมีวิธีบริหารจัดการงานในส่วนที่คุณแม่รับผิดชอบอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่ลาคลอด เชื่อว่าการวางแผนที่ดี จะช่วยลดปัญหาและความกังวลใจของคุณแม่ได้ค่ะ

6. คุณแม่กังวลว่า : จะคลอดอย่างไร เลี้ยงอย่างไร จะเป็นแม่ที่ดีได้มั้ย

เคล็ดลับดับกังวล : คุณแม่ควรเตรียมหาข้อมูลเรื่องการคลอด และการเลี้ยงลูกหลังคลอดไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งถือเป็นการวางแผนชีวิตที่ช่วยลดความกังวลและลดปัญหาได้เยอะเลยค่ะ โดยอาจปรึกษาคุณหมอเรื่องการคลอด ทั้งเรื่องสถานที่หรือรูปแบบการคลอด ค่าใช้จ่ายของการคลอด สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับกรณีที่ใช้ประกันสังคม เป็นต้น

นอกจากนี้ ควรเตรียมความพร้อมเรื่องการเลี้ยงดู โดยอาจเตรียมตัวเข้าคอร์สการเลี้ยงลูกสำหรับพ่อแม่มือใหม่ อ่านหนังสือ หรือศึกษาหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อถือได้ รวมทั้งวางแผนว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้อย่างลงตัวและสมดุล โดยเฉพาะคุณแม่ working mom ที่ต้องกลับไปทำงานหลังจากครบกำหนดลาคลอด

7. คุณแม่กังวลว่า : จะเป็นโรคซึมเศร้า

เคล็ดลับดับกังวล : ทางการแพทย์พบว่าโรคนี้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อมด้วยส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงต้องวางแผนครอบครัวตั้งแต่ต้น และมีลูกเมื่อพร้อม เมื่อตั้งครรภ์แล้วก็ต้องดูแลสุขภาพทั้งกายใจให้ดีตั้งแต่ต้นด้วยการไปฝาก ครรภ์ หากมีปัญหาที่รบกวนจิตใจก็ควรปรึกษาคุณหมอ

หากคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางจิตเวช หรือโรคที่กระทบต่อการตั้งครรภ์ก็ควรรักษาให้หายก่อนจะตั้งครรภ์ เช่น ธัยรอยด์ เบาหวาน เพราะบางโรคเมื่อท้องแล้วอาการจะกำเริบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้วิตกกังวลมากขึ้น จนอาจเกิดอาการซึมเศร้าได้ค่ะ

ช่วงหลังคลอดคุณพ่อและคนรอบข้างควรดูแลคุณแม่อย่างต่อเนื่อง หรืออาจจะต้องมากกว่าตอนตั้งครรภ์เสียอีกนะคะ เพราะบางครั้งทุกคนมุ่งความสนใจไปที่เจ้าตัวเล็กเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งกายใจของคุณแม่ได้ค่ะ

และคนสำคัญที่สุดก็คือ ตัวคุณแม่เอง ทำใจให้สบาย ไม่วิตกกังวลมากจนเกินไป แล้วรอรับของขวัญพิเศษคือเจ้าตัวน้อยอย่างมีความสุขดีกว่าค่ะ

บทความแนะนำ

แฟชั่นชุดคู่แม่ลูก สดใสมุ้งมิ้ง
ฮาร์เบอร์แลนด์-จุดชมวิว-Teddy Bear Museum-เมืองจำลอง-Balcony Seaside 5 พิกัดวันเดียวเที่ยวทั่วพัทยา ชลบุรี
เด็กอ้วนเป็นหนุ่ม-สาวก่อนวัย
Q & A ดูดเสมหะลูกวัย 1 เดือนอย่างไรดี

Facebook Comment