จริงหรือไม่ ความเชื่อระหว่างการตั้งครรภ์

ความจริง VS ความเชื่อระหว่างตั้งครรภ์ ที่แม่ท้องควรรู้และพิจารณาก่อนปฏิบัติตาม

ความเชื่อระหว่างตั้งครรภ์1.ความเชื่อ : ห้ามนั่งขวางบันได

ความจริง : เพราะว่าต้องการให้คุณแม่ท้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ คนโบร่ำโบราณมองว่าบันไดมีความชัน การไปขึ้นๆ ลงๆ ลุกๆ นั่งๆ บนนั้นก็กลัวว่าแม่ท้องอาจพลัดตกลงมา ส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดหรือแท้งลูกได้ง่ายค่ะ

2. ความเชื่อ : อย่าอัลตร้าซาวนด์บ่อยๆ

ความจริง : จริงๆ แล้วการอัลตร้าซาวนด์ เป็นการส่งคลื่นเสียงเข้าไปกระทบภายในท้อง และคลื่นเสียงนั้นก็สะท้อนกลับมา แล้วประมวลผลออกมาเป็นภาพให้เราเห็นว่าลูกน้อยในครรภ์มีการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร การอัลตร้าซาวน์ดไม่มีผลกระทบต่อลูกแต่อย่างใด และเท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่มีรายงานถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากอัลตร้าซาวนด์

3.ความเชื่อ :นอนมากเดี๋ยวจะคลอดยาก

ความจริง : การจะคลอดลูกออกมาง่ายหรือมีภาวะแทรกซ้อนนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องตำแหน่งและขนาดของทารก สรีระและความแข็งแรงของแม่ ถ้าคุณแม่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และนอนมากเกินไป ก็อาจทำให้น้ำหนักขึ้นง่าย และกล้ามเนื้อไม่มีการยืดเหยียด ก็ทำให้การคลอดอาจมีภาวะแทรกซ้อนมาได้ เพราะเหตุนี้คนโบราณจึงไม่อยากให้คุณแม่นอนมากเกินไป เดินออกำลังกายเบาๆ บ้าง แต่ไม่ต้องถึงกับทำงานหนัก

4. ความเชื่อ :ห้ามไปงานศพ

ความจริง :ที่ห้ามไม่ให้แม่ท้องไปงานศพ น่าจะเป็นเพราะว่างานเช่นนี้เป็นงานที่มีความเศร้า อารมณ์ค่อนข้างหดหู่ การที่คุณแม่ท้องรู้สึกเศร้า หดหู่ หรือเครียดตามไปด้วยย่อมมีผลกระทบต่อลูกในท้อง แม่ท้องควรอารมณ์และจิตใจผ่อนคลายดีกว่าค่ะ

5. ความเชื่อ :อย่านอนหงายเพราะรกจะติดหลัง

ความจริง :สำหรับข้อห้ามนี้ดูจะเป็นความเชื่อของทุกภาคทีเดียว คนโบราณไม่รู้ว่ารกเกาะติดอยู่กับส่วนใดของร่างกาย จึงห้ามไม่ให้นอนหงายเพราะกลัวว่ารกจะเกาะติดด้านหลังของมดลูก แต่ตามหลักวิชาการแล้ว รกจะเกาะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของมดลูกก็ได้ และการที่รกจะเกาะที่ใดไม่ได้ขึ้นอยู่กับท่านอน เพียงแต่แม่ท้องที่มีขนาดท้องใหญ่ๆ การนอนหงายจะทำให้มดลูกไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ ทำให้ความดันโลหิตต่ำ และเลือดไปหล่อเลี้ยงมดลูกน้อยลง อาจจะเกิดอันตรายแก่ทั้งแม่และลูกได้ โดยส่วนใหญ่คุณหมอก็จะแนะนำให้คุณแม่นอนตะแคง เพื่อป้องกันปัญหานี้ค่ะ

6. ความเชื่อ :มีเซ็กซ์ตอนท้องจะแท้งลูก

ความจริง : เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่มักมีความเข้าใจผิด เพราะการมีเซ็กซ์ไม่ใช่ข้อห้ามสำหรับแม่ตั้งครรภ์ คุณพ่อคุณแม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ แต่ควรปฏิบัติด้วยความนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณหน้าท้อง

ท่าที่เหมาะสมคือสามีอยู่ด้านหลังภรรยา หรือภรรยาเป็นฝ่ายอยู่ด้านบน และควรงดมีเซ็กซ์ในเดือนสุดท้ายก่อนคลอด เพราะคุณแม่คงจะอึดอัดแน่นท้องมากแล้ว และเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

7. ความเชื่อ :ห้ามกินหอย

ความจริง : เพราะเชื่อว่าเวลาคลอดจะมีกลิ่นคาว และคลอดยากเหมือนหอยที่ติดอยู่ในเปลือก แต่ตามหลักโภชนาการปัจจุบันไม่มีข้อห้ามไม่ให้คุณแม่ท้องกินหอยค่ะ เพราะหอยส่วนใหญ่จะให้คุณค่าให้สารไอโอดีนสูง แต่มีข้อควรระววังคือ ต้องนำมาปรุงให้สุก และคุณแม่ท้องที่มีไขมันในเลือดสูง ควรงดกินโดยเฉพาะหอยนางรมที่มีคอเรสเตอรอลสูงมากๆ ค่ะ

8. ความเชื่อ :ดื่มน้ำมะพร้าวเยอะๆ ลูกจะผิวสวย

ความจริง : เป็นอีกความเชื่อยอดฮิต ที่ว่าแม่ท้องดื่มน้ำมะพร้าวแล้วจะช่วยให้ลูกผิวเกลี้ยงและช่วยล้างไขตามตัว ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ ไขที่ติดตามตัวเด็กสร้างมาจากเซลล์ผิวหนังของเด็กและต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้นไขก็จะมากขึ้นด้วย ไขจะเหมือนน้ำมันหล่อลื่นทำให้เด็กคลอดง่าย และยังช่วยคุมอุณหภูมิของลูกไม่ให้ต่ำเกินไปหลังคลอดด้วย คุณหมอจึงมักปล่อยให้ไขติดอยู่อีกระยะหนึ่งก่อนที่จะล้างออกในภายหลัง และที่สำคัญน้ำมะพร้าวมีน้ำตาลและกรดไขมันอิ่มตัว หากคุณแม่ดื่มมากไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดไขมันอุดตันหลอดเลือดได้อีกด้วยค่ะ ฉะนั้นก็งดได้ก็ควรจะงดค่ะ

9. ความเชื่อ :กินยาบำรุงจะทำให้อ้วนมาก

ความจริง : ยาบำรุงส่วนใหญ่ที่คุณหมอให้จะเป็นวิตามินและธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ ช่วยทำให้การสร้างเม็ดเลือดแดงดีขึ้น เป็นผลดีต่อตัวคุณแม่และทารกในครรภ์โดยตรง ไม่ได้ทำให้อ้วนแม้แต่น้อย แต่ที่เห็นอ้วนนั้นเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายอมน้ำได้มากขึ้น เนื้อหนังจึงดูเต่งตึงกว่าปกติ แถมแม่ท้องยังเจริญอาหาร กินเก่ง กินบ่อย และนอนหลับง่ายขึ้นก็เลยอ้วนได้ง่าย เพราะฉะนั้น เวลามาฝากท้องยาบำรุงที่ได้รับมาต้องกินอย่างสม่ำเสมอ ถ้าไม่อยากอ้วนก็ต้องใช้วิธีควบคุมอาหาร ไม่กินของหวาน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเพิ่มน้ำหนักเลยทีเดียว

10. ความเชื่อ :ผ่าตัดคลอดหุ่นลดได้เร็ว

ความจริง :แม้ว่าการผ่าคลอดกลายเป็นเรื่องธรรมดาในปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยขึ้น แต่การผ่าตัดคลอดทำให้แม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดลูกก่อนกำหนด ซึ่งมีผลทำให้ลูกมีน้ำหนักตัวน้อยและเสี่ยงกับโรคภัยต่างๆ แม่ท้องบางรายยังได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยาด้วย

นอกจากนั้นคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด จะใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่า และไม่ได้ให้นมลูกในทันทีหลังคลอดเหมือนแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ ซึ่งการให้นมลูกนี่เองเป็นตัวช่วยเร่งให้ร่างกายแม่กลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็วกว่าการผ่าตัดคลอด

11. ความเชื่อ :หลังคลอดไม่ควรสระผม 1 เดือน เพราะจะทำให้ปวดหัว

ความจริง :ในทางการแพทย์การสระผมไม่มีส่วนเกี่ยวกับอาการปวดหัวแต่อย่างใด และการที่คุณแม่ไม่สระผมอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างเชื้อแบคทีเรียจากแม่ไปสู่ลูกได้ด้วย แต่การสระผมหลังคลอดควรใช้น้ำอุ่น เพราะหลังคลอดคุณแม่เสียเลือดมากทำให้ร่างกายเย็น การใช้น้ำเย็นสระผมอาจจะทำให้เป็นหวัดได้

ความจริงแล้ว ความเชื่อทั้งหลายก็เป็นกุศโลบายของคนโบร่ำโบราณที่ให้คุณแม่ดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์นั่นเอง เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ของเรามีมากขึ้น ความเชื่อบางอันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จะเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไรก็ฟังหูไว้หูพิจารณาตามความเหมาะสมด้วย


บทความแนะนำ

คู่มือ...อ่านใจสามี
ลูกดูดนิ้วอีกแล้ว
แม่ท้องต้องระวังอีสุกอีใส
ฟักทอง&มันฝรั่ง อาหารเสริมลูกน้อยวัย 6 เดือน

Facebook Comment