แผลเป็นของเด็กหายเองเมื่อโตขึ้นจริงหรือไม่ ?

แผลเป็น,รอยแผล,ปฐมพยาบาล,พลาสเตอร์,ผิวหนัง,รอยแผล,ลดรอยแผล,แผลเป็นตอนเด็ก,ลบรอยแผลเป็น,3M Nexcare, พลาสเตอร์ 3M


ผิวหนังมีหน้าที่เหมือนเป็นเกราะป้องกันร่างกาย ผิวหนังที่มีสุขภาพดีเป็นเหมือนกระจกสะท้อนถึงสุขภาพที่แข็งแรง แต่หากผิวหนังได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ หกล้ม ปีนป่าย กระโดดจากที่สูง การขี่จักรยาน และจากการถูกของมีคม ก็มีแนวโน้มที่ทำให้เกิดแผลเป็นได้

แผลเป็นที่เกิดขึ้นตอนเด็กจากอุบัติเหตุต่างๆ หรือกิจกรรมในวัยเด็กจะหายเองเมื่อโตขึ้นจริงหรือไม่

แผลเป็น มีหลายชนิด ทั้งนี้อาจมีสีเข้มขึ้น หรือสีจางลง
  • รอยแผลเป็นนูนหนา (Hypertrophic scar)  แผลเป็นมีลักษณะนูน แต่ไม่เกินขอบเขตของแผลเดิม
  • คีลอยด์ ( Keloid) เป็นแผลเป็นที่นูนและหนา โตขึ้น และขยายขนาดไปจากแผลเดิม
  • แผลบุ๋มลง
  • แผลเป็นที่มีการหดรั้ง ซึ่งอาจทำให้อวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงผิดรูป

ช่วงวัยไหน หรือปัจจัยใดทำให้แผลหายเร็ว หรือไม่เป็นรอยแผลเป็น

ปัจจัยที่มีผลในการเกิดแผลเป็น ได้แก่ ความรุนแรงของบาดแผล การฉีกขาดของเนื้อเยื่อ แผลถลอก แผลตื้นๆมีโอกาสหายง่ายกว่าแผลที่ลึก ตำแหน่งของบาดแผล  และปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุและเพศ พันธุกรรม สีผิว เชื้อชาติ โรคประจำตัวของผู้ป่วย เช่น หากผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานแผลจะหายช้า
 
 
ดูแลแผลอย่างไร ให้เกิดแผลเป็นน้อยที่สุด
 
  • เนื่องจากบาดแผลมีหลายชนิด แบ่งตามสาเหตุ ลักษณะบาดแผล เช่น แผลถลอก แผลจากการถูกของมีคม แผลถูกสัตว์กัด แผลจากการถูกของร้อนหรือไฟไหม้ โดนท่อไอเสีย แผลเป็นจากการฉีดวัคซีนในเด็ก จากการเจาะหู แต่ละชนิดจะรักษาแตกต่างกันไปขึ้นกับชนิดของบาดแผล หากบริเวณบาดแผลมีสิ่งสกปรก ควรรีบทำความสะอาดด้วยสบู่และล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซและไปพบแพทย์
     
  • ดูแลไม่ให้แผลเปียกน้ำหรือชื้นแฉะ หลีกเลี่ยงให้แผลถูกน้ำน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้มีเหงื่อออกมาก หรือทำให้แผลแฉะ เช่น ว่ายน้ำ (หรือถ้าจำเป็นต้องว่ายน้ำ ให้แปะพลาสเตอร์ปิดแผลชนิดกันน้ำก่อนลงสระ แนะนำให้เลือกพลาสเตอร์ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น โค้งงอไปกับผิว ไม่หนาจนเกินไป ไม่ระคายเคืองต่อผิว และไม่หลุดง่าย)
     
  • หากเป็นแผลผ่าตัด หรือแผลเย็บ โอกาสในการเกิดแผลเป็นนอกจากตำแหน่งและความลึกของบาดแผลแล้ว เทคนิคของศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัด วิธีที่เย็บแผล ชนิดของไหมที่ใช้ก็เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ช่วยลดการเกิดแผลเป็น รวมถึงการลดความตึงของบาดแผล ถ้าแผลใหญ่ แนะนำให้เย็บแผล แทนที่จะปล่อยให้แผลหายเอง การให้ยาปฏิชีวนะในแผลที่ติดเชื้อแบคทีเรีย
     
  • ในแผลเย็บ หลังตัดไหม หากประเมินแล้วอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ การใช้แผ่นซิลิโคนเจล การใช้แผ่นเทปเหนียวปิดจะช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้ ซึ่งการแปะแผ่นซิลิโคนจะให้ผลดี ถ้าใช้อย่างน้อยวันละ 12-24 ชั่วโมง ต่อเนื่องนาน 4-6 เดือน ช่วงระหว่างวันที่ไม่ได้แปะแผล สามารถทายาเจลทาแผล ซึ่งวิธีนี้ดีกับผู้ป่วยเด็กเนื่องจากไม่เจ็บ ในเด็กโตและผู้ใหญ่จะมีวิธีการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การใช้เลเซอร์ ฉีดยาสเตียรอยด์ การฉีดสารเติมเต็ม การผ่าตัด และการฉายรังสี 
     
  • สิ่งที่สำคัญนอกจากการดูแลแผล คือ การฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก บาดแผลบางชนิด เช่น แผลไฟไหม้ ถึงแม้แผลทางกายจะหายแล้ว แต่บาดแผลทางจิตใจ จากรอยแผลเป็นอาจยังคงอยู่ การป้องกันไม่ให้เกิดแผล เช่น ผู้ที่อยู่บนเตียงนานๆ ควรพลิกตัวบ่อยๆเพื่อลดการเกิดแผลกดทับ แต่หากมีแผลเกิดขึ้นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และดูแลแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้ค่ะ



บทความโดย
พญ. ฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก
โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก


 
สนับสนุนโดยผลิตภัณฑ์ 3M NexcareTM

บทความแนะนำ

ทำไมจึงปวดท้องเวลามีประจำเดือน
อาหารเรียกพลัง เมื่อลูกป่วย
เตรียมพ่อแม่ พาลูกไปหาหมอ
Q & A มีลูกหัวปี ท้ายปี

Facebook Comment