เลือกอาหารอย่างไร ให้เหมาะกับเด็กขี้แพ้


 
การแพ้อาหารเป็นโรคภูมิแพ้ประเภทหนึ่งที่พบได้มาก โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มักจะเป็นกันมากขึ้น สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการใช้ชีวิตประจำวันและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา ที่ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายไวต่อสิ่งกระตุ้น

เมื่อร่างกายได้รับอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ ก็จะเกิดอาการแพ้อาหารขึ้นมาได้ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ หากทานอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ เช่น นม ถั่ว ปลา หรือไข่มากเกินไปในช่วงตั้งครรภ์ ก็อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ ทำให้ลูกมีโอกาสแพ้อาหารได้เช่นกัน ซึ่งถ้าเกิดอาการแพ้หนักๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว
         
8 ตัวการก่อภูมิแพ้ (Top 8 Allergens) ที่คุณแม่ต้องระวัง

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว คุณแม่จึงควรระวัง โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงให้นมลูก หรือ 0-1 ปีแรก เราสามารถหลีกเลี่ยงอาหารก่อภูมิแพ้ได้โดยการคัดเลือกวัตถุดิบมาปรุงเอง หรืออ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์อาหารว่ามีส่วนผสมของสารก่อภูมิแพ้หรือไม่ แต่ทว่าบางครั้ง อาหารบางอย่าง คุณแม่ก็อาจคาดไม่ถึงว่ามีส่วนผสมที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ปนอยู่ด้วย เราจึงรวบรวมข้อมูลสารก่อภูมิแพ้กลุ่ม Top 8 ที่คนทั่วไปมักแพ้กัน พร้อมทั้งแนะนำอาหารที่อาจมีสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ปะปนอยู่มาให้คุณแม่ได้รู้จักและระวังกัน
  
แป้งสาลี ตัวการที่ทำให้แพ้ในแป้งสาลี คือโปรตีนกลูเตน (Gluten) เราสามารถเลือกอาหารที่ปลอดกลูเตนได้ ด้วยการสังเกตฉลาก หากมีคำว่า Gluten Free ก็มั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน อย่างไรก็ตาม กลูเตนไม่ได้มีอยู่ในแป้งสาลีอย่างดียว แต่ยังมีอยู่ในอาหารอื่นๆ ด้วย เช่น ซีอิ๊ว น้ำมันหอย อาหารเจ เบเกอรี่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือแม้แต่อาหารที่เด็กๆ ชื่นชอบอย่างเนื้อปูเทียม เป็นต้น คุณแม่ควรระวังและอ่านฉลากให้ละเอียดว่ามีแป้งสาลี เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยหรือไม่
 
ปลา การแพ้ปลาเกิดจากแพ้โปรตีนในเนื้อปลา เด็กแต่ละคนอาจแพ้ปลาที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนแพ้ปลาแซลมอน บางคนแพ้ปลาดุก บางคนแพ้ปลาทูน่า หรือบางคนแพ้ปลาทะเล การแพ้ปลานี้ ซึ่งนอกจากทานปลาไม่ได้แล้ว  การสัมผัส การใช้ภาชนะที่มีปลาปนเปื้อน หรือการทานผลิตภัณฑ์ที่มีปลาผสมอยู่ แม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้แพ้ได้เช่นกัน

นม แพ้นมวัวคืออาการที่มักพบในเด็กๆ บ่อยที่สุด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยโปรตีนในนมวัวได้ ซึ่งนอกจากนมวัวโดยตรงแล้ว ก็ต้องระวังอาหารที่มีนมเป็นส่วนผสมด้วย เช่น ขนมเค้ก คุกกี้ เบเกอรี่ต่างๆ เป็นต้น
 
ถั่วลิสง ส่วนใหญ่แล้วพบว่าเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจะแพ้ถั่วลิสงตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบเป็นต้นไป ซึ่งสาเหตุก็มาจากการแพ้โปรตีนในถั่วลิสงนั่นเอง นอกจากนี้ยังพบว่าผู้แพ้ถั่วลิสงมีแนวโน้มแพ้ถั่วเปลือกแข็งอีกหลายๆ ชนิด เช่น วอลนัท แมคคาเดเมีย เป็นต้น
 
ถั่วเปลือกแข็ง หรือถั่วตระกูลไม้ยืนต้น เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เฮเซลนัท อย่างที่ทราบว่าคนที่แพ้ถั่วลิสงมีแนวโน้มจะแพ้ถั่วประเภทนี้ด้วย แต่บางครั้งก็พบว่าคนที่แพ้อัลมอนด์ก็อาจไม่ได้แพ้วอลนัทด้วยเสมอไป คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปทำการทดสอบกับคุณหมอเพื่อความแน่ใจจึงจะดีที่สุด
 
ถั่วเหลือง ตัวการที่ทำให้เกิดการแพ้ คือโปรตีนถั่วเหลือง ซึ่งอาจผสมอยู่ในน้ำเต้าหู้ หรือในอาหารที่ใช้นมถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม เช่น เบเกอรี่ต่างๆ เป็นต้น

*ความเข้าใจผิด: หากแพ้ถั่วเหลืองจะสามารถทานอาหารที่ใช้เลซิตินจากถั่วเหลืองได้ไหม จริงๆแล้วสามารถทานได้เนื่องจากเลซิตินเป็นส่วนของกรดไขมัน ไม่ใช่โปรตีน จึงไม่ใช่ตัวการที่ทำให้เกิดการแพ้ถั่วเหลือง เว้นเสียแต่ว่าจะแพ้เลซิตินโดยตรงก็ไม่สามารถทานได้
 
อาหารทะเล เป็นอีกประเภทที่เด็กมีอาการแพ้บ่อย บางคนอาจจะแพ้แต่ละชนิด เช่น แพ้แค่กุ้ง บางคนแพ้แค่หอย แต่ทั้งนี้แพทย์จะแนะนำให้งดอาหารทะเลประเภทเดียวกันไปเลย เช่น คนที่แพ้กุ้ง ก็ต้องงดทานปูด้วย เพราะมีโอกาสแพ้ปูได้เช่นกัน หรือคนที่แพ้ปลาแซลมอนก็มีโอกาสแพ้ปลาชนิดอื่นด้วย

*ความเข้าใจผิด: หากแพ้อาหารทะเล จะหมายถึงแพ้อาหารทุกอย่างที่มาจากทะเลหรือไม่ จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะส่วนใหญ่การแพ้อาหารทะเล เกิดจากการแพ้โปรตีนในสัตว์ทะเล ไม่ใช่แพ้สารในน้ำทะเล
 
ไข่ เด็กหลายคนแพ้โปรตีนในไข่ขาว คือ อัลบูมิน เป็นโปรตีนที่ทนความร้อนได้ดีมาก ไม่ว่าจะทำให้สุกอย่างไรโปรตีนตัวนี้ก็ยังคงอยู่ เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 8 เดือน ระบบย่อยยังทำงานไม่เต็มที่ มีโอกาสแพ้ได้ ซึ่งอาหารที่ต้องระวังว่าจะมีไข่ปนเปื้อนอาทิ ขนมไทยบางอย่าง เช่น ทองหยอด ฝอยทอง ขนมเบเกอรี่ต่างๆ และเส้นบะหมี่ เป็นต้น
 
อาหารทดแทนอาหารภูมิแพ้
 
ใช่ว่าแพ้อาหารชนิดไหนแล้วลูกจะขาดสารอาหารที่ควรได้รับจากอาหารชนิดนั้นไปเลย เพราะยังมีทางเลือก อาหารทดแทนและเติมเต็มประโยชน์ตามที่ร่างกายต้องการได้เหมือนกันค่ะ
 
“แพ้นมวัว” ทดแทนด้วย “นมแม่”
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าโปรตีนนมวัวย่อยยากกว่านมแม่ เพราะฉะนั้น การให้ลูกกินนมแม่ถือว่าทดแทนได้ 100% แต่ตัวคุณแม่เองก็ต้องหลีกเลี่ยงนมวัวด้วยเช่นกันนะคะ เพื่อไม่ให้สารก่อภูมิแพ้ส่งต่อไปถึงลูก

กรณีที่คุณแม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพไม่สามารถให้นมได้ ก็มีทางเลือกเป็นนมถั่วเหลือง (กรณีที่เด็กไม่แพ้นมถั่วเหลือง) หรือนมไก่ เนื่องจากโปรตีนในนมทางเลือกเหล่านี้ ย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่านมวัว แต่มีสารอาหารใกล้เคียงกัน จึงสามารถทดแทนกันได้
หากแพ้ทั้งนมวัว และนมถั่วเหลือง สามารถให้ทานน้ำนมจากข้าวแบบที่เสริมแคลเซียมได้ เพื่อให้ยังได้รับแคลเซียมอยู่ และเพิ่มโปรตีนจากแหล่งอื่นๆแทน


“แพ้ถั่วลิสงและถั่วเหลือง” ทดแทนด้วย “เนื้อไก่”
สารอาหารที่ทดแทนโปรตีนจากถั่วได้ คือ เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อปลา ไก่ แพะ แกะ หมู เนื้อวัว
 
“แพ้ปลาและอาหารทะเลอื่นๆ”ทดแทนด้วย ถั่วเหลือง”
นอกจากเนื้อปลา ยังมีโปรตีนจากแหล่งอื่น เช่น หมู ไก่ สาหร่าย ถั่วเหลือง รวมทั้งปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาทับทิม ฯลฯ ซึ่งมีโปรตีนที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย คล้ายกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์


“แพ้ไข่”ทดแทนด้วย “เนื้อหมู”
ส่วนใหญ่เด็กๆ มักจะแพ้เฉพาะไข่ขาว แต่เด็กบางคนอาจแพ้ไข่แดงด้วย ดังนั้นการให้อาหารเสริมช่วง 6 เดือน จึงควรเริ่มด้วยไข่แดงก่อน แต่ถ้าลูกแพ้โปรตีนจากไข่ก็สามารถรับโปรตีนชนิดอื่นจากเนื้อสัตว์ทดแทน เช่น หมู ไก่ ปลา แพะ แกะ นม รวมถึงการกินนมตามวัย


“แป้งสาลี”ทดแทนด้วย แป้งข้าวเจ้า”
เราพบกลูเตนในอาหารที่ทำจากแป้งสาลีเช่น เค้ก ขนมปังต่างๆ รวมทั้งธัญพืช เช่น ซีเรียล ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ตนอกจากนี้ กลูเตนยังมีมากในเนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากแป้งสาลี เพราะฉะนั้นทางเลี่ยงคือ ควรกินอาหารประเภทแป้งที่ทำจากข้าวเจ้า ข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด ซึ่งไม่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนกลูเตนค่ะ หรือลองมองหาสินค้าที่ระบุว่า Gluten Free ที่เดี๋ยวนี้มีวางขายในห้างสรรพสินค้าบางแห่งแล้วก็เป็นทางออกที่ดีค่ะ
 
และไม่ว่าเราจะเลือกผลิตภัณฑ์ใดมาทดแทนให้ลูก หากเลือกแบบที่เป็นออร์แกนิกก็จะดีขึ้นไปอีกนะคะ  เพราะหากเป็นออร์แกนิกแล้ว จะได้มั่นว่าลูกของเรา ปลอดภัยจากทั้งสารก่อภูมิแพ้และสารเคมีไปในคราวเดียว
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
www.4care.co.th/products-th/4care-balance-organic-th/



ข้อมูลเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
 

Facebook Comment