คาร์ซีทของลูกเลือกแบบไหนคุ้มค่า ปลอดภัยที่สุด!


 
สิ่งของจำเป็นอย่างแรกๆ เมื่อคิดจะมีลูก นอกจากนม เสื้อผ้า ผ้าอ้อม ฯลฯ แล้ว สิ่งที่พ่อแม่ห้ามลืมเด็ดขาดเลยก็คือ “คาร์ซีท” ค่ะ อย่าคิดว่าลูกยังเล็ก ยังเป็นทารกเพิ่งคลอดไม่จำเป็นต้องนั่งคาร์ซีทหรอก รอโตสักหน่อยค่อยใช้ เพราะคาร์ซีทสามารถใช้ได้แต่แรกเกิด และเป็นสิ่ง “จำเป็น” กับความปลอดภัยของลูกมากๆ ค่ะ มาดูกันค่ะว่าทำไม คาร์ซีทถึงจำเป็นกับลูก ?

เหตุผล! ทำไมถึงต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท
  • นั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของชีวิตลูก มีคุณพ่อคุณแม่หลายคนยังเชื่อว่าเด็กเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องนั่งคาร์ซีท หรือการอุ้มลูกไว้กับตัวปลอดภัยกับลูกเช่นกัน แต่รู้ไหมคะว่านั่นเป็นความคิดที่ “ผิด” เพราะการอุ้มทารกหรือลูกไว้กับตัว เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นอาจทำให้เด็กกระแทกกระจกหน้ารถ หรือกระเด็นหลุดออกจากตัวรถได้ เพราะไม่มีเข็มขัดหรือเบาะนั่งนิรภัยป้องกัน
ตัวอย่างคลิปจำลองอุบัติเหตุจากการไม่ใช้คาร์ซีท
  • นั่งคาร์ซีทช่วยฝึกระเบียบวินัยลูกได้ สำหรับการฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีท สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ทำจนเขาเคยชิน และรู้ว่าเมื่อขึ้นรถแล้วต้องนั่งในคาร์ซีทของตัวเอง แต่สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย อาจจะเริ่มโดยการตั้งเป็นกฎ กติกาว่าถ้าจะออกไปเที่ยว หรือนั่งรถต้องนั่งในคาร์ซีทตลอดเวลา เช่นนั้นอาจจะอดไปเที่ยว วิธีนี้เป็นวิธีฝึกระเบียบวินัยและให้ลูกรู้จักหน้าที่ที่ต้องทำเวลาขึ้นรถ ให้ลูกทำจนกลายเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ลูกจะต้องรับผิดชอบไปเลยค่ะ
     
  • นั่งคาร์ซีทบอกลาปัญหาความซน เพิ่มความปลอดภัย เวลาลูกนั่งในคาร์ซีท แม่ๆ ก็สามารถดูแลลูกได้ง่ายขึ้น ลูกจะนั่งเป็นที่ ไม่ต้องปีนป่ายไปมา หรือเกิดความเสี่ยงเวลารถเคลื่อนตัวหรือเบรคกระทันหัน
เลือกคาร์ซีทแบบไหนคุ้มค่าเหมาะสม และปลอดภัยกับเด็ก

ถึงแม้จะรู้ว่าคาร์ซีทมีความจำเป็นกับลูกๆ แค่ไหน แต่พอถึงเวลาต้องเลือกซื้อ เลือกหาคาร์ซีทมาใช้ก็เป็นปัญหาปวดหัวของคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน ว่าจะเลือกแบบไหนดี มาดูคำแนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทที่ดี และได้มาตรฐานกันดีกว่าค่ะ
  • ควรเลือกคาร์ซีทขนาดพอดี การให้ลูกนั่งคาร์ซีทที่มีขนาดพอดีนั้น เพื่อให้ลูกนั่งสบายและไม่ให้สายรัดอยู่ผิดตำแหน่ง หากลูกมีขนาดตัวที่ใหญ่เกินกว่าคาร์ซีท สายรัดอาจจะไปรัดคอลูกได้ค่ะ แต่หากลูกตัวเล็ก สายรัดหลวมเกินไป หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาลูกอาจจะกระเด็นออกจากคาร์ซีทไปนอกตัวรถได้เลยทีเดียว
 
  • เลือกคาร์ซีทที่สามารถนั่งได้ 2 รูปแบบ คือ นั่งแบบหันหน้าเข้าได้ และ หันหน้าออกได้เพื่อความคุ้มค่า และสามารถปรับระดับการนั่งได้ เพื่อให้พอดีกับลูก ช่วงเด็กเบบี๋ หรือช่วงแรกเกิดที่น้ำหนักยังน้อยต้องนั่งแบบหันหน้าเข้า แต่เมื่อโตขึ้นมาหน่อยน้ำหนักเกินกว่า 10 กิโลกรัมก็ปรับให้คาร์ซีทหันออกค่ะ ซึ่งถ้าเลือกคาร์ซีทแบบที่นั่งได้ 2 รูปแบบก็จะคุ้มค่ามาก
 
  • เลือกคาร์ซีทที่ติดตั้งง่าย มีมาตรวัด ช่วยให้การติดตั้งถูกต้องปลอดภัย เพราะเวลารีบๆ แม่ๆ ก็ต้องสามารถติดตั้งคาร์ซีทกับรถได้ บางทียกเข้ายกออก พอจะเอาคาร์ซีทมาติดกับเบาะก็ไม่มั่นใจว่าแน่น ปลอดภัยดีไหม ดังนั้นควรเลือกคาร์ซีทที่มีอุปกรณ์สำหรับยึดคาร์ซีทเข้ากับเบาะรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน อย่างเช่น ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX มี SuperCinch® LATCH attachment เพื่อความรวดเร็วและความปลอดภัยสูงสุด
 
  • สายรัดคาร์ซีทต้องเลือกให้ปลอดภัย – สายรัดของคาร์ซีทก็มีหลายแบบ เช่น สายรัดแบบรัด 3 จุด จะมีสายรัด 3 เส้น ให้รัดตรงบ่า 2 ทั้งสองข้างของเด็ก แล้วยาวลงมาเชื่อมล็อคใกล้ๆ ด้านล่างของที่นั่งซึ่งมักเป็นคาร์ซีทสำหรับเด็กโตหน่อย  หรือสายรัดแบบ 5 จุด จะมีสายรัด 5 เส้น แบ่งเป็น 2 เส้นที่บ่า อีก 2 เส้นที่สะโพก และอีกเส้นที่ เป้ากางเกง ซึ่งเหมาะกับเด็กเล็กๆ เด็กทารกที่มีน้ำหนักน้อย นอกจากนี้ก็ยังมี แบบ Overhead shield แบบ T- Shield แต่สิ่งสำคัญคือต้องล๊อคและคาดสายรัดให้พอดีกับตัวลูกทุกครั้ง เพื่อให้คาร์ซีทเกิดประโยชน์สูงสุด  
 
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก KIDDO PACIFIC
 

Facebook Comment