คุณแม่พร้อมไหม! รับมือลูกอนุบาลร้องไห้วันแรกที่โรงเรียน

ลูกร้องไห้ที่โรงเรียน, ลูกร้องไห้วันแรกที่โรงเรียน, เด็กอนุบาลร้องไห้, ลูกอนุบาลร้องไห้, ร้องไห้เปิดเทอมวันแรก, ลูกอนุบาลไม่อยากไปโรงเรียน, ลูกไปโรงเรียนวันแรก, SQ, Social Quotient, สอนลูกเข้าสังคม, พาลูกเข้าสังคม, ลูกรู้จักปรับตัว, ลูกปรับตัวได้, ลูกเล่นกับเพื่อน, ลูกมีมารยาท, ลูกรู้จักแบ่งปัน, ลูกแบ่งของเล่น, ลูกไม่หวงของ, ลูกกล้าแสดงออก, ทักษะทางสังคม, ความฉลาดทางสังคม, พัฒนาการทางสังคม, พัฒนาการเด็ก, โภชนาการเด็ก, อาหารสำหรับเด็ก, ลูกวัยอนุบาล, การเลี้ยงลูก, นมสำหรับเด็ก, จุลินทรีย์สุขภาพ, การดูแลสุขภาพเด็ก, การปกป้อง, นมหมี, Bear Brand, ตราหมี, นมหมี

ลูกร้องไห้วันแรกที่โรงเรียนทำคุณแม่ใจเสียมานักต่อนักแล้วค่ะ เพราะโดยส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่มักจะเตรียมความพร้อมให้ลูกเรื่อง IQ และ EQ เป็นหลัก เช่น สอน ก-ฮ A-Z คำศัพท์ภาษาอังกฤษง่าย ฯลฯ เพื่อให้ลูกเรียนได้ไวขึ้น แต่เราลืมเตรียมความพร้อมเรื่อง SQ หรือ ความฉลาดทางสังคม ทักษะทางสังคม เพื่อทำให้เขาไม่กลัว และรู้จักปรับตัวเมื่อต้องเจอเพื่อนใหม่และสถานที่ใหม่ๆ

การเตรียมความพร้อมเรื่อง SQ ให้ลูกพร้อมเข้าสังคม รู้จักปรับตัวแบบ “ไม่มีน้ำตาสักหยด” ไม่ยากค่ะ เรามีวิธีสุด Strong มาช่วยให้คุณแม่รับมือกับการไปโรงเรียนวันแรกของลูกมาฝากค่ะ
  1. เล่าเรื่องโรงเรียนให้ลูกฟังบ่อยๆ – เช่น ที่โรงเรียนมีครูใจดีเล่านิทานให้ฟัง มีเพื่อนเล่นด้วยกันเหมือนตอนที่แม่พาไปเล่นในสวนสาธารณะ หรือเวลามีพี่อนุบาลอยู่ใกล้ๆ อาจจะบอกลูกว่า อีกไม่นานหนูก็จะได้ใส่ชุดสวยๆ มีกระเป๋าสะพายแบบพี่ๆ แล้ว วิธีนี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกอยากไปโรงเรียนและพร้อมเข้าสังคมใหม่ได้ค่ะ
     
  2. ปกป้องลูกจากสิ่งยั่วยุที่ทำให้ติดง่ายๆ – เช่น ติดมือถือ ติดแท็บเล็ต ติดโทรทัศน์ ฯลฯ เพราะเมื่อลูกไปโรงเรียนและไม่มีสิ่งเหล่านี้ให้เล่นให้ดู เขาจะรู้สึกขาดความมั่นใจและร้องไห้ได้ง่าย ดังนั้นเด็กก่อนวัยอนุบาลควรได้เล่นกับพ่อแม่ เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เขาคุ้นเคย และรู้จักปรับตัวกับการอยู่ในที่ใหม่และเพื่อนใหม่ได้ง่ายขึ้น
     
  3. พาลูกเข้าสังคมตั้งแต่เนิ่นๆ – คุณแม่ควรพาลูกออกไปเจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่อยู่เสมอ เช่น พาลูกไปเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันในสวนสาธารณะ ซึ่งเขาจะเรียนรู้วิธีเข้าหาคนอื่น รู้จักปรับตัวได้อย่างกลมกลืนในชีวิตประจำวัน เมื่อไปโรงเรียน ลูกจะปรับตัวได้ง่ายขึ้น
     
  4. ทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้ทิ้งหนูไว้กับคนอื่น ควรสร้างความมั่นใจให้ลูกเสมอว่าคุณแม่ไม่ได้ทิ้งไปไหน เช่น คุณแม่กลับบ้านไปทำขนมของโปรดหนู ทำเสร็จแล้วจะกลับมารับ หรือหากลูกติดตุ๊กตา คุณแม่อาจทำข้อตกลงกับคุณครูให้ลูกนำติดตัวไปได้ก่อนในช่วงแรก แล้วกระตุ้นให้ลูกเล่นกับเพื่อนให้มากขึ้นจนเขาอุ่นใจมากพอที่จะไม่ต้องมีของติดตัว
     
  5. ฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเองและบอกความต้องการของตัวเองได้ – เช่น สามารถเข้าห้องน้ำเองได้หรือบอกครูได้ว่าอยากเข้าห้องน้ำ ตักข้าวกินเองและเก็บจานตัวเองได้ ฯลฯ การฝึกแบบนี้คุณแม่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ที่บ้าน เมื่อลูกไปโรงเรียนเขาจะรู้วิธีดูแลตัวเอง ไม่ร้องไห้เพราะกลัวที่จะบอกคุณครู ไม่ร้องไห้เพราะอยากช่วยเหลือตัวเองแต่ทำไม่ได้

IQ อย่างเดียวอาจไม่ทำให้ลูกอยู่ในสังคมได้อย่างโดดเด่นและกล้าหาญค่ะ แต่เขายังต้องมี SQ หรือ ความฉลาดเข้าสังคม ร่วมด้วย เพื่อให้เขารู้จักเอาตัวรอด รู้จักปรับตัว และมีส่วนร่วมกันผู้อื่นได้อย่างฉลาด เพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถปกป้องเขาได้ตลอดเวลา ความฉลาดเข้าสังคม จึงเป็นเหมือนการสร้างเกราะป้องกันให้ลูกอยู่เอาตัวรอดและรู้จักปรับตัวในสังคมใหม่ได้ค่ะ



#ให้ลูกพร้อมเข้าสังคมด้วยการปกป้องชั้นเยี่ยม
ผศ.นพ. พงษ์ศักดิ์​ น้อยพยัคฆ์​ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม
 
ลูกร้องไห้ที่โรงเรียน, ลูกร้องไห้วันแรกที่โรงเรียน, เด็กอนุบาลร้องไห้, ลูกอนุบาลร้องไห้, ร้องไห้เปิดเทอมวันแรก, ลูกอนุบาลไม่อยากไปโรงเรียน, ลูกไปโรงเรียนวันแรก, SQ, Social Quotient, สอนลูกเข้าสังคม, พาลูกเข้าสังคม, ลูกรู้จักปรับตัว, ลูกปรับตัวได้, ลูกเล่นกับเพื่อน, ลูกมีมารยาท, ลูกรู้จักแบ่งปัน, ลูกแบ่งของเล่น, ลูกไม่หวงของ, ลูกกล้าแสดงออก, ทักษะทางสังคม, ความฉลาดทางสังคม, พัฒนาการทางสังคม, พัฒนาการเด็ก, โภชนาการเด็ก, อาหารสำหรับเด็ก, ลูกวัยอนุบาล, การเลี้ยงลูก, นมสำหรับเด็ก, จุลินทรีย์สุขภาพ, การดูแลสุขภาพเด็ก, การปกป้อง, นมหมี, Bear Brand, ตราหมี, นมหมี

ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ www.mommybearnetwork.net
(พื้นที่เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์)

Facebook Comment